อัพเดทความเคลื่อนไหวของลีกฟุตบอลยอดนิยมอย่างศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาลใหม่ที่จะเริ่มเปิดสนามคู่แรกคืนนี้ (11 ส.ค.) ถือเป็นฤดูกาลฉลองครบรอบ 25 ปี การก่อตั้งพรีเมียร์ลีก หลังจากเปลี่ยนชื่อจากดิวิชั่น 1 มาเป็นพรีเมียร์ลีกครั้งแรก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขณะที่ความเคลื่อนไหวในการซื้อขายนักเตะแม้ตลาดซื้อขายยังเหลือเวลาให้ทีมต่างๆ ได้ชอปปิ้งนักเตะอีก 3 สัปดาห์ แต่ล่าสุดมีความเป็นไปได้ว่า มูลค่าการซื้อขายน่าจะคึกคักและทำยอดสูงสุดเป็นสถิติใหม่

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นทีมแรกของอังกฤษที่ใช้จ่ายเงินซื้อนักเตะใหม่เกินหลัก 200 ล้านปอนด์ ภายในช่วงเดียวที่มีการเปิดตลาดซื้อขาย สำหรับรายชื่อนักเตะใหม่ที่มีค่าตัวแพงที่สุดในพรีเมียร์ลีกในการซื้อขายล่าสุดอันดับ 1 คือ โรเมลู ลูกากู ที่ย้ายจากเอฟเวอร์ตัน มาร่วมทัพ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยมูลค่า 75 ล้านปอนด์ รองลงมาคือ อัลบาโร่ โมราต้า จากเรอัล มาดริด ที่เชลซี ดึงมาร่วมทัพด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ อันดับสามเป็นเบนจามิน เมนดี้ ของแมนฯ ซิตี้
ซึ่งคว้าตำแหน่งกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก มูลค่า 52 ล้านปอนด์ และอันดับ 4 คือ อเล็กซานเดอร์ ลากาแซตต์ ของอาร์เซน่อล ซึ่งแพงที่สุดเป็นสถิติสโมสรที่ 46.5 ล้านปอนด์

ส่วนสามทีมน้องใหม่ที่ได้เลื่อนชั้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ ประกอบด้วย นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่ขึ้นมาในฐานะแชมป์ลีกแชมเปี้ยนชิพฤดูกาลที่แล้ว เช่นเดียวกับ ไบร์ทตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ซึ่งตามขึ้นมาในฐานะรองแชมป์ ส่วนทีมสุดท้ายที่ได้เลื่อนชั้น คือ ฮัดเดอร์สฟิลด์ แชมป์เพลย์ออฟชิงโควต้าสุดท้ายจากลีกแชมเปี้ยนชิพ

สำหรับนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีกซีซั่นใหม่ปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่คู่เปิดสนามจะลงเตะกันในคืนวันศุกร์ โดย “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อลจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ซิตี้

นัดนี้ อาร์เซน่อล ที่เพิ่งเฉือนชนะจุดโทษเชลซี คว้าแชมป์คอมมูนิตี้ ชิลด์ มาเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว จะไม่มีอเล็กซิส ซานเชซ ที่บาดเจ็บลงเล่น แต่จะได้อเล็กซานเดอร์ ลากาแซตต์ ศูนย์หน้าค่าตัวแพงลงประเดิมศึกพรีเมียร์ลีก ขณะที่เลสเตอร์ฯ แม้แนวรับจะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนหลายคน แต่แดนหน้าอาจใช้ เคลิชี่ อิเฮียนาโช่ ศูนย์หน้าคนใหม่ที่ย้ายมาจากแมนฯซิตี้ ลงล่าตาข่าย

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

พรีเมียร์ลีก เป็นลีกฟุตบอลภายในประเทศที่ดีที่สุดในขณะนี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกฟุตบอลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในวงการฟุตบอล ซึ่งแฟนบอลให้ความสนใจอย่างมาก ลีกฟุตบอลที่รวบรวมสุดยอดสโมสรแห่งเกาะอังกฤษและแข้งดังระดับโลก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นลีกที่คนทั่วโลกให้ความสนใจกว่าลีกอื่นๆ จึงไม่แปลกเลยที่แฟนบอลทั่วโลกให้ความนิยมลีกอังกฤษเป็นจำนวนมาก ซึ่งอีกอย่างก็คือกีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาชนิดที่คนต่างประเทศให้ความสนใจมากกว่ากีฬาชนิดอื่นและรวบรวมสุดยอดสโมสรดังระดับโลกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นต้น

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ระบบการแข่งขัน : มีทีมร่วมแข่งขัน 20 ทีม แข่งขันในระบบพบกันหมด เหย้าและเยือน ทีมชนะได้ 3 คะแนน ทีมเสมอได้ 1 คะแนน และทีมแพ้ไม่ได้คะแนนตลอดฤดูกาลทุกทีมจะต้องแข่งขันทั้งสิ้น 38 นัด เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 3 สโมสรที่ได้คะแนนน้อยที่สุดจะต้องตกชั้นไปเล่นในฟุตบอล
ลีกแชมเปียนชิป

4 ทีมที่อันดับดีสุดจะได้ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกโดยสามทีมอันดับแรกจะผ่านเข้าไปรอในรอบแบ่งกลุ่ม(ทีมชนะเลิศได้อยู่โถ 1) ในขณะที่ทีมอันดับ 4 จะต้องแข่งรอบเพลย์ออฟอีกทีหนึ่ง ส่วนอันดับ 5 จะได้เล่นยูฟ่ายูโรปาลีก (ยูฟ่า คัพ) เดิมและทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศก็จะได้สิทธิ์ไปเล่นในยูโรปาลีก โดยอัตโนมัติเช่นกัน ในกรณีที่ทีมอันดับ 1-4 ชนะการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศสิทธิ์การแข่งยูฟ่ายูโรปาลีก จะได้แก่อันดับ 6 และ 7 ของ
พรีเมียร์ลีกแทน

ทีมพรีเมียร์ลีกที่ได้สิทธิไปแข่งฟุตบอลยุโรป มีเงื่อนไขดังนี้
แชมป์พรีเมียร์ลีก : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่มและได้อยู่โถ 1 รองแชมป์พรีเมียร์ลีก : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
อันดับที่ 3 : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่มและได้อยู่โถ 1 แชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีก : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
อันดับที่ 4 : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบเพลย์ออฟ
แชมป์เอฟเอคัพ : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่ายูโรปาลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
อันดับที่ 5 : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่ายูโรปาลีกในรอบแบ่งกลุ่ม

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกแดนผู้ดีที่แฟนบอลให้ความนิยมกันมากที่สุดในโลก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกและถือว่าเคยเป็นลีกฟุตบอลที่ยาวนานที่สุดในโลก รวบรวมแข้งนักเตะระดับโลกหลายคนไว้ในลีกคุณภาพนี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดิมฟุตบอลลีกแห่งนี้ ใช้ชื่อว่า ฟุตบอลลีกดิวิชันหนึ่งซึ่งมีจัดการแข่งขันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2431 (ค.ศ. 1888) และถือว่าเคยเป็นลีกฟุตบอลที่ยาวนานที่สุดในโลก โดยในปี พ.ศ. 2535 ในฤดูกาล 1992-93 ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นจากรูเพิร์ธ เมอร์ด็อก (Rupert Murdoch) นักธุรกิจสื่อสารรายใหญ่เจ้าของเครือข่ายสถานีโทรทัศน์สกาย (BSkyB) พยายามผลักดันให้สโมสรฟุตบอลที่จะลงแข่งขันในดิวิชันหนึ่งประจำฤดูกาล 1992-93 ถอนตัวออกมาจัดตั้งเป็นพรีเมียร์ลีกทำให้ฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษที่มีอายุ 104 ปี ต้องยุติลง ขณะเดียวกันทางฟุตบอลลีกเดิมได้เปลี่ยนชื่อจาก ดิวิชันสอง มาเป็น ดิวิชันหนึ่ง และดิวิชันอื่นได้เปลี่ยนตามกันไป

การจัดตั้ง
17 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 มีการลงนามข้อตกลงภาคีสมาชิกก่อตั้ง (Founder Members Agreement) เพื่อวางหลักการสำคัญในการจัดตั้งพรีเมียร์ลีก ได้แก่ ระบบลีกสูงสุดใหม่นี้จะดำเนินการทางธุรกิจด้วยตนเองทำให้พรีเมียร์ลีกมีอิสระที่จะเจรจาผลประโยชน์กับผู้สนับสนุนรวมทั้งสิทธิในการขายสิทธิถ่ายทอดโทรทัศน์ของตนเองแยกขาดจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษและฟุตบอลลีก จากนั้นในปี พ.ศ. 2535 ทั้ง 20 สโมสรได้ยื่นขอถอนตัวจากฟุตบอลลีกอย่างเป็นทางการ

ต่อมา 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 เอฟเอพรีเมียร์ลีกจึงก่อตั้งโดยจดทะเบียนในรูป บริษัทจำกัด
มีสโมสรฟุตบอลสมาชิกทั้ง 20 แห่งเป็นหุ้นส่วนความเป็นหุ้นส่วนจึงขึ้นอยู่กับผลการแข่งขันทางสโมสรหากทีมใดยังคงอยู่ในพรีเมียร์ลีกก็จะถือเป็นหุ้นส่วนของพรีเมียร์ลีกต่อไป
ในช่วงปิดฤดูกาลสโมสรที่ตกชั้นจะต้องมอบสิทธิความเป็นหุ้นส่วนให้กับสโมสรที่เลื่อ
นชั้นมาจากดิวิชั่น 2 ที่เปลี่ยนชื่อเป็นดิวิชั่น 1 (ลีกแชมเปียนชิปในปัจจุบัน)
โดยมีสมาคมฟุตบอลอังกฤษถือสิทธิเป็นหุ้นส่วนหลักมีอำนาจที่จะคัดค้านในประเด็นสำคัญ เช่น
การแต่งตั้งประธานกรรมการและผู้บริหารระดับสูงหลักการเลื่อนชั้นหรือตกชั้นของสโมสรเท่านั้น
แต่ไม่อาจล่วงไปถึงกิจการเฉพาะของพรีเมียร์ลีกซึ่งได้แก่เงื่อนไขและผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ต่าง ๆ

การซื้อตัวผู้เล่นต่างชาติ
แต่เมื่อพรีเมียร์ลีกก่อกำเนิดธรรมเนียมการกว้านซื้อตัวนักฟุตบอลต่างชาติของสโมสรฟุตบอลอังกฤษจึงเริ่มมีมากขึ้นจารีตการสร้างนักฟุตบอลของตัวเองแม้จะยังคงอยู่แต่ก็ลดความสำคัญลงไปทุกขณะ
เพราะต้องใช้เวลายาวนานอาจไม่ทันการณ์สู้ใช้เงินซื้อนักฟุตบอลชื่อดังระดับโลกมาร่วมสังกัดไม่ได้
ที่สามารถดึงดูดแฟนฟุตบอลให้ซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันมากขึ้นในเวลาอันสั้นลีลาการเล่นที่ตื่นเต้นเร้าใจย่อมขยายฐานแฟนคลับให้กว้างขวางออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อสโมสรชั้นนำในพรีเมียร์ลีกต่างมีสถานะทางการเงินที่มั่นคงกว่าเดิมจึงพร้อมที่จะทำในสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์

ในฤดูกาลถัดมานักฟุตบอลต่างชาติได้มาเล่นในฟุตบอลอังกฤษมากขึ้นในฤดูกาล 1995-96 มิดเดิลสโบรห์ซื้อจูนินโญ่และเอเมอร์สัน (บราซิล) นิวคาสเซิลยูไนเด็ตซื้อฟาอุสติโน่ อัสปริญ่า (โคลอมเบีย) อาร์เซนอลซื้อแด็นนิสแบร์คกัมป์ (ฮอลแลนด์) เชลซี ซื้อรืด คึลลิต (ฮอลแลนด์) ฯลฯ ฤดูกาล 1996-97 มิดเดิลสโบรห์ซื้อฟาบรีซีโอ ราวาเนลลี (อิตาลี) เชลซีซื้อจันลูกา วีอัลลี
และจันฟรังโก โซลา (อิตาลี) ลิเวอร์พูลซื้อแพทริก แบเกอร์ (สาธารณรัฐเช็ก)และอาร์เซนอลซื้อปาทริค วิเอร่า (ฝรั่งเศส) ฯลฯ โดยในฤดูกาล 1999-2000 เชลซีได้ส่งผู้เล่น 11 ตัวจริงลงเล่นโดยที่ไม่มีผู้เล่นของอังกฤษหรือประเทศในสหราชอาณาจักรปนอยู่เลยเป็นทีมแรก[1]

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

พรีเมียร์ลีก ลีกฟุตบอลที่ดีที่สุดของเกาะอังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (Premier League) เป็นระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกในระดับสูงสุดของประเทศอังกฤษและแฟนบอลให้ความนิยมกันทั่วโลก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2535 ภายใต้การบริหารของสมาคมฟุตบอล อังกฤษ การแข่งขันพรีเมียร์ลีกเป็นที่รวมของ 20 สโมสรฟุตบอลในระดับสูงสุดของอังกฤษเข้าด้วยกันหรือมีชื่อตามผู้สนับสนุนการแข่งขันอย่างเป็นทางการว่า บาร์เคลส์ พรีเมียร์ชิพ เนื่องจากในปัจจุบัน สนับสนุนโดย บริษัทการเงินบาร์เคลส์

โดยปัจจุบันมีเพียง 6 ทีมเท่านั้น ที่ชนะเลิศในการแข่งขันรายการนี้ ได้แก่ สโมสรฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 13 สมัย, เชลซี 5 สมัย, อาร์เซนอล 3 สมัย, แมนเชสเตอร์ซิตี 2 สมัย,
แบล็กเบิร์นโรเวอส์ และ เลสเตอร์ซิตี ทีมละ 1 สมัย

ประวัติเดิมฟุตบอลลีกแห่งนี้ ใช้ชื่อว่า ฟุตบอลลีก ดิวิชันหนึ่ง ซึ่งมีจัดการแข่งขันตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2431 (ค.ศ. 1888) และถือว่าเคยเป็นลีกฟุตบอลที่ยาวนานที่สุดในโลก โดยในปี พ.ศ. 2535
ในฤดูกาล 1992-93 ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นจาก รูเพิร์ธ เมอร์ด็อก (Rupert Murdoch)
นักธุรกิจสื่อสารรายใหญ่เจ้าของเครือข่ายสถานีโทรทัศน์สกาย (BSkyB) พยายามผลักดันให้สโมสรฟุตบอลที่จะลงแข่งขันในดิวิชันหนึ่งประจำฤดูกาล 1992-93 ถอนตัวออกมาจัดตั้งเป็นพรีเมียร์ลีกทำให้ฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษที่มีอายุ 104 ปี ต้องยุติลง ขณะเดียวกันทางฟุตบอลลีกเดิมได้เปลี่ยนชื่อจากดิวิชันสอง มาเป็น ดิวิชันหนึ่ง และดิวิชันอื่นได้เปลี่ยนตามกันไป

โดยรัฐบาลของอังกฤษในขณะนั้นต้องเข้าช่วยเหลือโดยลดค่าธรรมเนียมหรือภาษีธุรกิจพนันฟุตบอล นำเงินส่วนนี้มาตั้งกองทุนฟุตบอลจำนวน 100 ล้านปอนด์ ให้ฟุตบอลลีกเป็นคนจัดสรรให้สโมสรฟุตบอลซึ่งเป็นภาคีสมาชิกทั้ง 96 สโมสร นำไปพัฒนาปรับปรุงสนามแข่งขันของตนเอง
แต่งบประมาณเท่านี้ต้องนับว่าน้อยมากหากนำมาเฉลี่ยอย่างเท่ากันแล้วจะได้รับเงินเพียงสโมสรละ 1.08 ล้านปอนด์ เท่านั้น ขณะที่สโมสรฟุตบอลชั้นแนวหน้าของลีกต้องใช้เงินในการณ์นี้สูงถึงกว่า
สิบล้านปอนด์สโมสรใหญ่ในดิวิชันหนึ่งจึงกดดันฟุตบอลลีกจัดสรรเงินให้มากกว่าสโมสรเล็ก เพราะหากไม่เสร็จทันตามกำหนดอาจจะถูกถอนใบอนุญาตได้

การถ่ายทอดสด ในช่วงเวลาที่สโมสรใหญ่ต้องการเงินทุนมหาศาลนี้เป็นโอกาสให้เจ้าของสถานีโทรทัศน์สกายยื่นข้อเสนอให้สโมสรในดิวิชันหนึ่งประจำฤดูกาล 1992−93 ให้ถอนตัวจากสมาชิกฟุตบอลลีกเพื่อมาจัดตั้งเอฟเอพรีเมียร์ลีก โดยทางสถานีขอซื้อสิทธิผูกขาดในการถ่ายทอดการแข่งขันในราคาแพงทำสัญญาฉบับแรกซื้อสิทธิผูกขาดในการถ่ายทอดการแข่งขันเป็นเวลา 5 ปี
(ฤดูกาล 1992−93 ถึง 1996−97) จ่ายค่าตอบแทนให้ 304 ล้านปอนด์ เทียบกับในอดีตที่ฟุตบอลลีกได้รายได้จากการขายสิทธิให้สถานีไอทีวีของอังกฤษ เพียง 44 ล้านปอนด์ ในช่วงเวลา 4 ปี เงื่อนไขตอบแทนทางธุรกิจเช่นนี้ ดึงดูดให้สโมสรทั้งหลายสนใจเป็นอย่างยิ่ง จนผู้บริหารสโมสรบางคน เช่น นายแอลัน ชูการ์ เจ้าของสโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์แสดงตนเป็นแกนนำในการล็อบบี้ให้สโมสรอื่น ๆ ในดิวิชันหนึ่งที่จะเริ่มแข่งขันในฤดูกาล 1992−93 เห็นชอบกับการก่อตั้งลีกแห่งนี้

สำหรับแฟนบอลท่านใดกลัวที่จะพลาดข่าวสารบอล ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวกีฬาอื่นๆ ไม่ต้องเป็นห่วง ท่านเพียงติดตามเพจพวกเรา กดไลค์ กดแชร์ ไว้เลย รับประกันข่าวคุณภาพจะไปอยู่ในมือท่านอย่างแน่นอน