กฎใหม่! “พรีเมียร์ลีก” แต่งตั้งกฏใหม่ปีหน้าต้องมีนักเตะ “ท้องถิ่น” ร่วมด้วย

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปีหน้า ต้องมีนักเตะ “ท้องถิ่น” ที่ฝึกกับสโมสรอย่างน้อย 3 ปี อยู่ในทีมอย่างน้อย 8 คน จากทั้งหมด 25 คน ชี้ทำให้การซื้อขายเด็กอังกฤษน่าสนใจมากขึ้นหวังช่วยทีมชาติอังกฤษแข็งแกร่งมากขึ้น

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจากที่มีทีมยักษ์ใหญ่ต่างใช้บริการนักเตะต่างชาติเป็นส่วนมากโดยเฉพาะมีนโยบายในการคว้าตัวนักเตะดาวรุ่งจากชาติต่างๆ มาเก็บเอาไว้ในทีมเป็นจำนวนมาก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ล่าสุดหลังจากการประชุมของผู้บริหารทีมในพรีเมียร์ลีกได้ข้อสรุปว่าในฤดูกาลหน้าทั้ง 20 ทีมในพรีเมียร์ลีกจะลดขนาดลงให้มีนักเตะในทีมได้สูงสุด 25 คนและต้องมีนักเตะที่เป็นชาวสหราชอาณาจักรอยู่ในทีมอย่างน้อย 8 คน จากการประกาศของ ริชาร์ด สคูดามอร์ ประธานบริหารของ
พรีเมียร์ลีก

“สำหรับในฤดูกาลหน้าสโมสรที่จะถูกกำหนดให้ประกาศรายชื่อทีมที่มีนักเตะสูงสุด 25 คน ซึ่งไม่เกิน 17 คน สามารถมีอายุมากกว่า 21 ปี และไม่ใช่นักเตะท้องถิ่น คำจำกัดความของนักเตะท้องถิ่น คือได้รับการฝึกสอนจากใครสักคนในระบบอาชีพของอังกฤษและเวลส์ด้วยอายุไม่เกิน 21 ปี เป็นเวลา 3 ปี สโมสรจะต้องประกาศรายชื่อนักเตะ 25 คน ตอนสิ้นเดือนสิงหาคม เมื่อตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวลงและประกาศอีกครั้งตอนสิ้นเดือนมกราคม”

ประธานพรีเมียร์ลีกออกมาปฏิเสธว่ากฎใหม่นี้ไม่ได้ทำขึ้นมาเพื่อกดดันสโมสรในการกักตุนนักเตะดาวรุ่งจากต่างชาติ แต่เป็นการช่วยเหลือทีมชาติอังกฤษมากกกว่า “กฎนี้ช่วยให้การซื้อนักเตะอังกฤษที่มีความสามารถน่าดึงดูดใจมากขึ้นเราไม่ได้ต้องการปิดกั้นการทดสอบฝีเท้ากับนักเตะต่างชาติแต่มันหมายความว่าคุณไม่สามารถซื้อหรือสร้างทีมขึ้นมาจากต่างประเทศเราคิดว่าสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือทีมชาติอังกฤษให้แข็งแกร่งมากขึ้น”

จากกฎนี้ทำให้ในปีหน้าหลายทีมในพรีเมียร์ไม่ว่าจะเป็น “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล”ปืนใหญ่” อาร์เซนอล หรือ”สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ต้องปรับโครงสร้างนักเตะกันยกใหญ่
เนื่องจากเป็นทีมที่ใช้นักเตะต่างชาติเป็นแกนหลักของทีมรวมทั้งมีนักเตะดาวรุ่งเป็นชาวต่างชาติอยู่ในทีมเป็นจำนวนมาก

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด วิเคราะห์บอล ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

พรีเมียร์ลีก เป็นลีกฟุตบอลภายในประเทศที่ดีที่สุดในขณะนี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกฟุตบอลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในวงการฟุตบอล ซึ่งแฟนบอลให้ความสนใจอย่างมาก ลีกฟุตบอลที่รวบรวมสุดยอดสโมสรแห่งเกาะอังกฤษและแข้งดังระดับโลก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นลีกที่คนทั่วโลกให้ความสนใจกว่าลีกอื่นๆ จึงไม่แปลกเลยที่แฟนบอลทั่วโลกให้ความนิยมลีกอังกฤษเป็นจำนวนมาก ซึ่งอีกอย่างก็คือกีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาชนิดที่คนต่างประเทศให้ความสนใจมากกว่ากีฬาชนิดอื่นและรวบรวมสุดยอดสโมสรดังระดับโลกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นต้น

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ระบบการแข่งขัน : มีทีมร่วมแข่งขัน 20 ทีม แข่งขันในระบบพบกันหมด เหย้าและเยือน ทีมชนะได้ 3 คะแนน ทีมเสมอได้ 1 คะแนน และทีมแพ้ไม่ได้คะแนนตลอดฤดูกาลทุกทีมจะต้องแข่งขันทั้งสิ้น 38 นัด เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 3 สโมสรที่ได้คะแนนน้อยที่สุดจะต้องตกชั้นไปเล่นในฟุตบอล
ลีกแชมเปียนชิป

4 ทีมที่อันดับดีสุดจะได้ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกโดยสามทีมอันดับแรกจะผ่านเข้าไปรอในรอบแบ่งกลุ่ม(ทีมชนะเลิศได้อยู่โถ 1) ในขณะที่ทีมอันดับ 4 จะต้องแข่งรอบเพลย์ออฟอีกทีหนึ่ง ส่วนอันดับ 5 จะได้เล่นยูฟ่ายูโรปาลีก (ยูฟ่า คัพ) เดิมและทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศก็จะได้สิทธิ์ไปเล่นในยูโรปาลีก โดยอัตโนมัติเช่นกัน ในกรณีที่ทีมอันดับ 1-4 ชนะการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศสิทธิ์การแข่งยูฟ่ายูโรปาลีก จะได้แก่อันดับ 6 และ 7 ของ
พรีเมียร์ลีกแทน

ทีมพรีเมียร์ลีกที่ได้สิทธิไปแข่งฟุตบอลยุโรป มีเงื่อนไขดังนี้
แชมป์พรีเมียร์ลีก : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่มและได้อยู่โถ 1 รองแชมป์พรีเมียร์ลีก : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
อันดับที่ 3 : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่มและได้อยู่โถ 1 แชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีก : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
อันดับที่ 4 : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบเพลย์ออฟ
แชมป์เอฟเอคัพ : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่ายูโรปาลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
อันดับที่ 5 : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่ายูโรปาลีกในรอบแบ่งกลุ่ม

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

บทความฟุตบอล ตัดเกรด 6 ผู้จัดการทีม พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2016/17

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกฟุตบอลแดนผู้ดี ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ที่แฟนบอลให้ความสนใจมากที่สุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับการเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ 6 อันดับ ที่ดีที่สุดของลีก

1.อันโตนิโอ คอนเต้ (เชลซี) ผลงาน : แชมป์พรีเมียร์ลีก ใครจะไปคิดว่าขวบปีแรกของคอนเต้กับทีมสิงห์สำอางเชลซีจะลงท้ายด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแถมสถิติชนะมากที่สุดในประวัติศาสตร์ 30 เกม ในหนึ่งฤดูกาลกุนซือสัญชาติอิตาลีเขามารับงานยังถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ด้วยสไตล์การเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ การวางแผน แท็คติดอันเหนียวแน่น 3-4- 3 ส่งให้พวกเขาความแชมป์ลีกสูงสุดได้เป็นที่เรียบร้อย คะแนน : A (9.6)

2.เมาริซิโอ โปเช็ตติโน (สเปอร์) ผลงาน : อันดับ 2 พรีเมียร์ลีก ด้วยเกมรุกอันทรงพลัง และเกมรับที่แข็งแกร่ง “พอช” พาสเปอร์จบอันดับ 2 ของตารางได้อย่างยอดเยี่ยม 86 แต้มที่คลับไก่ทำได้ในฤดูกาลนี้ ถือว่าเยอะสุดๆ หากเปลี่ยนเป็นปีอื่น สเปอร์คงเข้าป้ายแชมป์ไปแล้วทั้งสื่อและผู้สัดทัดกรณีต่างยกให้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน เป็นกุนซือที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง แต่ไร้วาสนา เชื่อว่าในปีหน้า
ทีมจากลอนดอนทีมนี้จะเป็นผู้ต่อกรแชมป์กับเหล่ายอดสโสรอื่นๆได้แน่นอน คะแนน : A- (8.9)

3.เป๊ป กวาดิโอลา (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) ผลงาน : อันดับ 3 พรีเมียร์ลีก ช่วงแรกที่เข้ามารับงานยังถิ่นเรือใบสีฟ้า เป๊ป กวาดิโอล่า พาลูกทีมโชว์ฟอร์มได้แบบพุ่งกระฉูด จนหลายฝ่ายคิดว่ากุนซือชาวสเปนจะเสกแชมป์พรีเมียร์ลีกให้แมนฯซิตี้ได้แน่นอนแต่จนแล้วจนรอด เป๊ปกลับโดนลีกที่ได้ชื่อว่ามีการแข่งขันกันมากที่สุดในโลก รับน้องซะงั้น ตอนนี้เจ้าตัวคงเข้าใจแล้วว่า พรีเมียร์ลีก ไม่ง่ายอย่างที่คิด !!!
เงินลงทุนมหาศาลที่จ่ายไปตลอดฤดูกาล และผลงานจบแค่อันดับ 3 ถือว่าผิดฟอร์มมากๆ เชื่อเหลือเกินว่าถ้ากุนซือเรือใบไม่ใช่ เป๊ป กวาดิโอล่า มีหวังต้องโดนนายทุนจากตะวันออกกลางตะเพิดกลับบ้านเก่าแน่ๆ คะแนน : C+ (6.9)

4.เจอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล) ผลงาน : อันดับ 4 พรีเมียร์ลีก กุนซือจอมฮาร์ดคอร์ ของเด็กหงส์เหมือนจะพาทีมเดินหน้าได้สวยงามมากในต้นฤดูกาลเกมรุกอันแสนเร้าใจ เกเก้นเพลสชิ่ง
เล่นงานทีมยักษ์ใหญ่ได้แบบไม่สนหน้าอินหน้าพรหมแต่เมื่อผู้เล่นตัวหลักเริ่มบาดเจ็บ ขาดแคลน แผลที่ปกปิดในเกมรับก็ถูกเปิดทีมคล็อปป์โดนทีมหนีตายท้ายตารางสอยแบบกลับแอนฟิลด์แทบไม่ถูก แต่ด้วยแท็คติกเกมรุกที่ยังมีประสิทธิ์ภาพสูง กุนซือชาวเยอรมันสามารถพาหงส์แดงจบได้ถึงอันดับ 4 เดินทางไปเตะยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกได้อีกครั้งและนี่น่าจะเป็นเป้าหมายที่เจ้าตัวได้วางไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดลีก ถือว่าสอบผ่าน คะแนน : B (7.2)

5.อาร์แซน เวนเกอร์ (อาร์เซน่อล) ผลงาน : อันดับ 5 พรีเมียร์ลีก,แชมป์ เอฟเอคัพ ผลงานในลีกของอาร์แซน เวอร์เกอร์ ถือว่าล้มเหลวเมื่อกุนซือมาดนิ่ง พาเดอะกันเนอส์ จบที่อันดับ 5 ของตารางเท่านั้น
หลังจากไม่เคยจบอันดับต่ำกว่า 4 ตั้งแต่เจ้าตัวเข้ามารับงานที่เอมิเรตท์สเตเดี้ยมแต่การคว้าแชมป์
เอฟเอคัพ ถือว่าความยอดเยี่ยมของเวนเกอร์ยังคงไม่จางหาย ทั้งล้มทีมเรือใบ ทั้งเขี่ยสิงห์บลูในนัดชิงสมควรยกให้แกเป็น Mr.FA CUP จริงๆ คะแนน : B (7.6)

6.โชเซ่ มูรินโญ่ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) ผลงาน : อันดับ 6 พรีเมียร์ลีก,แชมป์ อีเอฟแอล,แชมป์ คอมมูลิตี้ชิลส์,แชมป์ ยูโรป้า ลีก สำหรับกรณีของ โชเซ มูรินโญ่ เราอาจจะต้องแยกเป็น 2 ประเด็นก่อน อย่างแรกเลยในฟุตบอลลีก การจบอันดับ 6 ถือว่าล้มเหลวสำหรับสาวกผีแดง แต่สำหรับผลงานโดยรวมทั้งหมดการคว้าแชมป์ อีเอฟแอล คัพ บวกกับถาดการกุศล คอมมูลิตี้ชิลส์ และปิดท้ายปีด้วยแชมป์บอลยุโรปถ้วยเล็กอย่างยูโรป้าลีกถือว่าสวยสดงดงามมากและที่สำคัญการคว้าแชมป์ยูโรป้า
ยังทำให้จ่ามูพาเด็กผีไปเล่นบอลยุโปรถ้วยใหญ่ได้แบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องผ่านรอบเพลย์ออฟ
เรียกได้ว่าเดอะเรดเดวิลทั้งหลายต่างแฮปปี่กันทุกคน คะแนน : B+ (8.2)

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ