แข้งใหม่ทีมดัง! เผยการตัดเกรดแข้งใหม่ ท็อป 6 ทีมแห่ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดฉากฤดูกาล 2017/18 ไปแล้ว 3 นัด โดยที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำเป็นจ่าฝูง หลังชนะ 3 เกมติดเก็บ 9 คะแนนเต็ม ยิงไป 10 ลูก ไม่เสียประตูเลย

ในช่วงซัมเมอร์นี้ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีเหล่าบรรดาสโมสรชั้นนำต่างเสริมทัพได้อย่างน่าสนใจโดยผลงานของแข้งใหม่ทีมท็อป 6 เป็นอย่างไรบ้างไปดูกันได้เลย

1. อาร์เซน่อล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ 7/10
อดีตกองหน้า โอลิมปิก ลียง เปิดตัวสวยทำประตูได้ตั้งแต่เกมแรกที่ อาร์เซน่อล ชนะ เลสเตอร์ 4-3 โดยใช้เวลาอยู่ในสนามไม่ถึง 2 นาที ก่อนที่จะมาโดนดร็อปในเกมแพ้ ลิเวอร์พูล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– เซอัด โคลาซินัช 7/10
ออกสตาร์ตด้วยการทำประตูได้ในเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ชนะ เชลซี และทำผลงานได้น่าประทับใจ รวมทั้งเดินเกมบุกได้เยี่ยม

2. เชลซี

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ– อัลบาโร่ โมราต้า 8/10
2 ประตู และ 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 3 นัดแรกในลีกเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าน่าจะคุ้มค่าตัว 58 ล้านปอนด์ และเป็นตัวแทนของ ดีเอโก้ คอสต้า อย่างลงตัว

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– ติมูเอ้ บากาโยโก้ 6/10
ลงเล่น 90 นาทีเต็มในเกมพบ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ โดยที่ไม่ได้มีช่วงปรีซีซั่นกับทีม อาจดูยังสนิมฝืดอยู่บ้าง

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– อันโตนิโอ รือดิเกอร์ 7/10
ยังดูตื่นๆ อยู่บ้างในเกมบุกชนะ สเปอร์สแต่ก็ถือว่าทำได้ดีในการมาทำหน้าที่แทน แกรี่ เคฮิลล์ ปราการหลังกัปตันทีมที่ติดโทษแบน

3. ลิเวอร์พูล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 9/10
3 ประตู ใน 5 นัดทุกรายการถือเป็นการออกสตาร์ตที่เหมือนฝันในถิ่น แอนฟิลด์ สำหรับดาวเตะอียิปต์

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– แอนดี้ โรเบิร์ตสัน 6/10
ได้ลงประเดิมสนามในถิ่นแอนฟิลด์ เกมชนะ คริสตัล พาเลซ 1-0 โดยที่ยังคงต้องทำผลงานหนักหากจะยึดตำแหน่งแบ็กซ้ายตัวจริง

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– โดมินิก โซลันกี้ 5/10
ทำผลงานเยี่ยมในช่วงปรีซีซั่นแต่ในฤดูกาลแข่งขันจริงยังทำอะไรได้ไม่มากนัก

4. แมนฯ ซิตี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– ไคล์ วอล์คเกอร์ 4/10
แบ็กขวาเจ้าของค่าตัว 54 ล้านปอนด์ ลงเล่นในบ้านนัดแรกพร้อมกับโดนใบแดงในเกมพบ เอฟเวอร์ตัน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ 6/10
ประเดิมสนามในเกมบุกไปชนะ บอร์นมัธ และยังดูขาดความฟิตแต่ก็เติมเกมบุกได้อันตราย

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– แบร์นาโด้ ซิลวา 8/10
เริ่มต้นได้ดีทีเดียว โดยสามารถครองบอลและคุมเกมได้เยี่ยมทำให้น่าจะเป็นขวัญใจของแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” ได้ไม่ยาก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– เอแดร์สัน 6/10
นายทวารบราซิเลียน ดูแล้วไว้ได้ได้กว่า เคลาดิโอ บราโว แต่ก็น่าจะทำได้ดีกว่านี้ในการป้องกันลูกยิงของ เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าเอฟเวอร์ตัน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– ดานิโล่ 6/10
ได้โอกาสจากการที่ ไคล์ วอล์คเกอร์ ติดโทษแบนและน่าจะเข้าไปป้องกันลูกยิงของ ชาร์ลีย์ แดเนียล ของ บอร์นมัธ ได้ดีกว่านี้

5. แมนฯ ยูไนเต็ด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– โรเมลู ลูกากู 8/10
เล่นได้อย่างแข็งแกร่ง และมีความเร็ว ทำไป 3 ประตู จาก 3 นัดในลีก โดยที่น่าจะยิงได้ 4 ลูกด้วยซ้ำ
หากไม่พลาดจุดโทษในเกมชนะ เลสเตอร์

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– เนมานย่า มาติช 8/10
มิดฟิลด์เซิร์บ โชว์ฟอร์มโดดเด่นตั้งแต่ย้ายมาจาก เชลซี โดยคุมเกมได้ดีทั้งรุกและรับ จนส่งผลให้ อันเดร เอร์เรร่า ต้องหลุดเป็นตัวสำรอง

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ 3/10
ยังไม่ได้ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก เลยหลังทำผลงานได้ไม่ค่อยน่าประทับใจในช่วงปรีซีซั่น ขณะที่ เอริก
ไบยี่ กับ ฟิล โจนส์ ทำผลงานแข็งแกร่งจนยากที่จะแย่งตำแหน่งในเวลานี้

6. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– ดาวินซอน ซานเชซ ไม่มีคะแนน
ซานเชซ เพิ่งย้ายมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก่อนที่จะได้โอกาสลงมาเล่นนาทีที่ 89 ในเกมที่เปิด เวมบลีย์ เสมอ เบิร์นลี่ย์ 1-1

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

โคตรแกร่ง! 6 สโมสรดัง พรีเมียร์ลีก ที่ไม่เคยตกชั้นตั้งแต่ก่อตั้งลีกสูงสุดของอังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกชั้นนำของประเทศอังกฤษมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดติดอันดับต้นๆของโลก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจซักเท่าไหร่หากจะบอกว่าไม่เคยไม่มีทีมใดไม่ตกชั้นเลย

แต่ก็มีข้อมูลที่น่าสนใจ นับตั้งแต่ลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีเปลี่ยนชื่อจากดิวิชั่น มาเป็น พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในซีซั่น 1992-93 จากวันนั้นถึงปัจจุบัน มีเพียง 6 สโมสรที่อยู่ยงคงกระพัน ไม่เคยร่วงตกชั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียวจะมีทีมใดบ้างไหน ไปติดตามรายละเอียดกันเลย

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

1. อาร์เซน่อล
พลพรรค “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อลนอกจากจะไม่เคยตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกแล้วพวกเขาทำสถิติเป็นทีมที่อยู่บนลีกสูงสุดของอังกฤษยาวนานที่สุดอีกด้วยโดยตกชั้นครั้งสุดท้ายต้องย้อนไปไกลถึงฤดูกาล 1912-13 เลยทีเดียว

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

2. เชลซี
ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่นล่าสุด “สิงห์บูลส์” เชลซีอยู่รอดมาโดยตลอด ไม่เคยตกชั้นเลยในยุคพรีเมียร์ลีก โดยอันดับห่วยแตกสุดที่เคยมีประสบการณ์มาคือ อันดับ 14 ในซีซั่น 1993-94 ที่สมาชิกลีกสูงสุดอังกฤษมี 22 ทีมนั่นเอง

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

3. เอฟเวอร์ตัน
ทีมงาน “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน คือทีมเดียวในโผนี้ที่ใกล้เคียงการตกชั้นมากที่สุด เพราะเคยรั้งบ๊วยในบรรดาผู้รอดตกชั้นถึง 2 ครั้ง แต่ปัจจุบันพวกเขายกระดับทีมให้ขึ้นมาอยู่ครึ่งบนของตารางได้ในระยะหลัง นอกจากนี้ยังได้นายทุนรายใหม่เข้ามาพัฒนาทีมอีกด้วยมีเป้าหมายในอนาคตอันใกล้ ต้องคว้าโควต้าฟุตบอลยุโรปให้ได้ทุกฤดูกาล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

4. ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส
อีกหนึ่งทีมจากลอนดอนที่ในซีซั่นล่าสุดจบผลงานด้วยตำแหน่งรองแชมป์เป็นสถิติที่ดีกว่าคู่รักคู่แค้นเพื่อนร่วมเมืองอย่าง อาร์เซน่อลซึ่งครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้น ต้องย้อนไปในฤดูกาล 1994-95 โดยตลอดระยะเวลาที่ลีกสูงสุดเปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ลีก พลพรรค “ไก่เดือยทอง” ไม่เคยตกชั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

5. ลิเวอร์พูล
“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คือสโมสรที่ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ที่สุดในเกาะอังกฤษในยุคที่ลีกสูงสุดยังใช้ชื่อ ดิวิชั่น 1 แต่ดูเหมือนจะไม่ถูกโฉลกกับพรีเมียร์ลีก เพราะพวกเขายังไม่สัมผัสแชมป์เลยซักครั้ง แต่สาวก “เดอะ ค็อป” ก็ยังภูมิใจที่ทีมรักอยู่ยั่งยืนยงในเวทีพรีเมียร์มาโดยตลอดไม่เคยกระเด็นตกชั้นแม้แต่ครั้งเดียวไม่อาจซีซั่นหน้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกอาจมาประจำที่ แอนฟิลด์ ก็เป็นได้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

6. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่ครองความยิ่งใหญ่ได้มากสุดในยุค “พรีเมียร์ลีก” ด้วยจำนวนแชมป์ 12 สมัย ทำผลงานได้ดีมาโดยตลอดไม่เคยตกชั้นเลยซักครั้งเดียว แต่ก็ห่างหายจากตำแหน่งแชมป์ไปนานถึง 4 ฤดูกาลแล้ว หลังจากที่บรมกุนซือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือลาทีมไปพร้อมกับโทรฟี่แชมป์ครั้งสุดท้ายเมื่อซีซั่น 2012-13 สาวก “เร้ดเดวิลล์” หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเขาจะกลับมาเป็นที่หนึ่งอีกครั้งในฤดูกาลหน้า

ส่อง 11 ดาวเตะผลงานสุดเด่นของศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แม็ตช์เดย์ ผ่านไปเรียบร้อยแล้วหลังกลับมาสาดแข้งกันต่อเนื่องจากโปรแกรมเบรกทีมชาติ ได้หยิบ 11 แข้งฟอร์มแหล่มมาให้ได้ติดตามกันจะมีใครกันบ้าง

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ผู้รักษาประตู : แจ็ค บัตแลนด์ (สโต๊ค ซิตี้)
สองประตูที่เสียไปมือกาวเบอร์สองทีมสิงโตคำรามทำสุดความสามารถแล้ว และเจ้าตัวยังมีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมมีแต้มในบ้านของตัวเองเมื่อ บัตแลนด์ เซฟถึง 7 ครั้ง ในเกมที่ สโต๊ค ซิตี้ เปิดถิ่นเจ๊า
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2

เซนเตอร์ฮาล์ฟ : เชน ดัฟฟี่ (ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน)
ปราการหลังเลือดไอริช เล่นได้โคตรแกร่งเมื่อ ดัฟฟี่ เคลียร์บอลอันตรายสูงถึง 13 ครั้ง, ป้องกันลูกโด่ง 11 ครั้ง และผ่านบอลสำเร็จ 91% โดยทั้งสามเป็นตัวเลขสูงที่สุดในทีมมีส่วนอย่างยิ่งในการพาทีมเก็บชัยชนะได้สำเร็จ

เซนเตอร์ฮาล์ฟ : เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ (เบิร์นลีย์)
อีกหนึ่งแนวรับจากทีมขนาดกลางที่เล่นได้ยอดเยี่ยม ทาร์คอฟสกี้ เคลียร์บอลอันตรายได้สูงถึง 17 ครั้งมากที่สุดในเกมนี้,ชนะดวลลูกโด่ง 5 ป้องกัน 7 ครั้งช่วยให้ เบิร์นลีย์ เก็บคลีนชีตและได้เฮในเกมเปิดรังเฉือน คริสตัล พาเลซ 1-0

เซนเตอร์ฮาล์ฟ : จามาล ลาสเซลเลส (นิวคาสเซิ่ล)
ชัยชนะในเกมนี้เพื่อ ราฟา! หลังกุนซือสแปนิชต้องพักรักษาตัวเนื่องจากเพิ่งผ่าตัดไส้เลื่อนไม่สาม
ารถลงมาคุมทีมได้โดยความดีความชอบต้องยกให้กองหลังกัปตันทีมรายนี้หลังช่วยทีมทั้งสกัดกั้นลูกยิงของ แทมมี่ อับราฮัม ให้พ้นจากปากประตู แถมยังโหม่งพังประตูชัยให้ นิวคาสเซิ่ลบุกไปเอาชนะ สวอนซี ได้สำเร็จ 1-0

กองกลาง : เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
จอมทัพตัวเก่งของทีม “เรือใบบุญทุ่ม” เล่นได้แจ่มเหลือเกินจัดการจ่าย 2 แอสซิสต์คมๆให้ คู่ดูโอ้ในแดนหน้าอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ และ กาเบรียล เชซุส ยิงกันคนละลูกในเกมเปิดบ้านถลุงหงส์แดง จนแทบจะกลับบ้านไม่ถูกเลยทีเดียว

กองกลาง : เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (เชลซี)
แม้จะไม่ได้เจองานหนักมากนักในการกลับถิ่นเก่า แต่ ก็องเต้ ก็โดดเด่นเช่นเคยผนึกกำลังปัดกวาดหน้าบ้านของตัวเองกับคู่หูคนใหม่อย่าง ทิโมธี บากาโยโก้ ได้เป็นอย่างดีแถมนัดนี้ใส่สกอร์ได้ด้วยกับจังหวะยิงไกลสุดเฉียบช่วยให้ทีมแชมป์เก่าบุกชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1

กองกลาง : ปาสคาล กรอสส์ (ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน)
ตัวรุกจากเมืองเบียร์โชว์ฟอร์มได้เยี่ยมยอดจริงๆ โดย กรอสส์ ยิง 2 จ่าย 1 ให้ ไบร์ทตัน เปิดรังเอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 3-1 เป็นชัยชนะเกมแรกของทัพนกนางนวลในศึกพรีเมียร์ลีกด้วย

กองกลาง : เอริค มักซิม ชูโป-โมติง (สโต๊ค ซิตี้)
กลายเป็นตัวแสบของทีมปีศาจแดงไปโดยปริยายหลังจัดการเหมาสอง ยิงเปิดและโขกปิดเกมให้ “ช่างปั้นหม้อ” มีหนึ่งคะแนนกับการเสมอทีม “ปีศาจแดง”

กองหน้า : กาเบรียล เชซุส (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
โอกาสทำประตูของไอ้หนูแซมบ้ารายนี้มีไม่มากแทบนับครั้งได้แต่โอกาสที่มีนั้น เชซุส จัดการมันได้เด็ดขาด โดยเจ้าตัวยิง 2 ประตูให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไล่ยำ ลิเวอร์พูล 5-0 และเป็นการยิงประตูได้ติดต่อกันเป็นนัดที่สองแล้วด้วย

กองหน้า : แฮร์รี่ เคน (ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์)
พ้นเดือนสิงหาปุ๊บ “เดอะ เฮอร์ริเคน” ไม่รอช้าซัดลูกหนังกระทบก้นตาข่ายปั๊บ หลังเหมาสองประตูพา
สเปอร์ส บุกถล่ม เอฟเวอร์ตัน 3-0 ดูเครื่องจักรทำประตูรุ่นนี้ของคลับไก่น่าจะกลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว!

กองหน้า : แดนนี่ เวลเบ็ค (อาร์เซนอล)
เทพประทับร่างแล้วที่ เอมิเรตส์! หลังท่าน แดนนี่ “มหาเทพ” เวลเบ็ค ท็อปฟอร์มเหลือหลายกด 2 ดอกส์แอสซิสต์อีก 1 ให้ อาร์เซนอลเปิดถิ่นมีชัยเหนือ บอร์นมัธ 3-0

เป็นยังไงกันบ้างกับ 11 แข้งที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดในลีก จากที่เห็นกันแล้วเหมาะสมกันหรือไม่

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

รีวิว ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ สวอนซี

รายการ: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017/18, นัดที่ 2
วัน และ เวลาทำการแข่งขัน: วันเสาร์ที่ 19 ส.ค. 60 เวลา 18.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
ระหว่าง: สวอนซี พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สนาม: ลิเบอร์ตี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ความพร้อมภายในทีม – สวอนซี
สวอนซี เกมนี้จะไม่มี คี ซึง ยอง และ เนธาน ดายเออร์ ที่มีอาการบาดเจ็บ เช่นเดียวกับ เฟร์นันโด ยอร์เรนเต้ ที่ยังต้องรอทดสอบความฟิต แนวรับใช้ อัลฟี่ มอว์สัน จับคู่กับ เฟร์เดริโก เฟร์นันเดซ แดนกลางสามคนประกอบด้วย ทอม แคร์โรลล์, ลีออน บริตตัน และ ลีรอยเฟอร์ ขณะที่แดนหน้าใช้สามประสาน เวย์น เราต์เลจ, จอร์แดน อายิว และ แทมมี อับราฮัม คอยล่าตาข่าย ด้าน กัปตัน ลีออน บริตตัน มีปัญหาบาดเจ็บที่หลัง โดยคาดว่า โรเก้ เมซ่า กองกลางตัวใหม่จะได้ลงประเดิมสนามให้กับทีม

ความพร้อมภายในทีม – แมนฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดเพียงแค่ ลุค ชอว์, แอชลีย์ ยัง และ มาร์กอส โรโฆ ที่มีอาการบาดเจ็บ นอกนั้นพร้อมลงสนามครบครันเกมนี้คาดว่าจะยังใช้ทีมชุเดิมกับเกมเอาชนะ เวสต์แฮม 4-0 ในนัดเปิดฤดูกาล แนวรับใช้ ฟิล โจนส์ จับคู่กับ เอริค ไบญี แดนกลางนำทัพโดย เนมานยา มาติช, ฮวน มาต้า และ พอล
ป็อกบา ขณะที่แนวรุกใช้สามประสาน มาร์คัส แรชฟอร์ด, เฮนริค มคิตาร์ยาน และ โรเมอู ลูกากู

ผลงานนัดเปิดฤดูกาลของทั้งสองทีม
สวอนซี : เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน (เยือน)
​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ชนะ เวสต์แฮม (เหย้า)

รู้หรือไม่?
​ทีมหงส์ขาว ไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกมา 6 เกมติดต่อกัน (ชนะ 4 เสมอ 2 – นับรวมของเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย) ซึ่งถือเป็นสถิติการไร้พ่ายที่ยาวนานสุดของพวกเขานับตั้งแต่ที่เคยทำได้ 7 เกมติด ระหว่างเดือน ธันวาคม 2012 และ มกราคม 2013

สวอนซี ไม่เคยเก็บคลีนชีตได้เลยแม้แต่เกมเดียวในการดวลกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีก (ทั้งเหย้า-เยือน) ซึ่งหนสุดท้ายที่พวกเขาทำได้ ต้องย้อนกลับไปในเดือน ธันวาคม 1982 (ดิวิชั่น 1 เดิม) โดยหนนั้นพวกเขาเปิดบ้านเสมอ ปีศาจแดงด้วยสกอร์ 0-0 ​โรเมลู ลูกากู ยิง สวอนซี ไม่ได้มา 6 เกม จาก 6 นัดหลังสุดที่เจอกับ หงส์ขาว(ในทุกรายการ)

รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม สวอนซี : ฟาเบียงสกี้, นอห์ตัน, เฟร์นานเดซ, มอว์สัน, โอลส์สัน, แฟร์, เมซ่า, แคร์โรลล์, เราท์เล็ดจ์, อับราฮัม, อายิว​ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : เด เคอา, บลินด์, ไบยี่, โจนส์, วาเลนเซีย, ป็อกบา, มาติช, แรชฟอร์ด, มคิทาร์ยาน, มาต้า, ลูกากู

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

กฎใหม่! “พรีเมียร์ลีก” แต่งตั้งกฏใหม่ปีหน้าต้องมีนักเตะ “ท้องถิ่น” ร่วมด้วย

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปีหน้า ต้องมีนักเตะ “ท้องถิ่น” ที่ฝึกกับสโมสรอย่างน้อย 3 ปี อยู่ในทีมอย่างน้อย 8 คน จากทั้งหมด 25 คน ชี้ทำให้การซื้อขายเด็กอังกฤษน่าสนใจมากขึ้นหวังช่วยทีมชาติอังกฤษแข็งแกร่งมากขึ้น

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจากที่มีทีมยักษ์ใหญ่ต่างใช้บริการนักเตะต่างชาติเป็นส่วนมากโดยเฉพาะมีนโยบายในการคว้าตัวนักเตะดาวรุ่งจากชาติต่างๆ มาเก็บเอาไว้ในทีมเป็นจำนวนมาก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ล่าสุดหลังจากการประชุมของผู้บริหารทีมในพรีเมียร์ลีกได้ข้อสรุปว่าในฤดูกาลหน้าทั้ง 20 ทีมในพรีเมียร์ลีกจะลดขนาดลงให้มีนักเตะในทีมได้สูงสุด 25 คนและต้องมีนักเตะที่เป็นชาวสหราชอาณาจักรอยู่ในทีมอย่างน้อย 8 คน จากการประกาศของ ริชาร์ด สคูดามอร์ ประธานบริหารของ
พรีเมียร์ลีก

“สำหรับในฤดูกาลหน้าสโมสรที่จะถูกกำหนดให้ประกาศรายชื่อทีมที่มีนักเตะสูงสุด 25 คน ซึ่งไม่เกิน 17 คน สามารถมีอายุมากกว่า 21 ปี และไม่ใช่นักเตะท้องถิ่น คำจำกัดความของนักเตะท้องถิ่น คือได้รับการฝึกสอนจากใครสักคนในระบบอาชีพของอังกฤษและเวลส์ด้วยอายุไม่เกิน 21 ปี เป็นเวลา 3 ปี สโมสรจะต้องประกาศรายชื่อนักเตะ 25 คน ตอนสิ้นเดือนสิงหาคม เมื่อตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวลงและประกาศอีกครั้งตอนสิ้นเดือนมกราคม”

ประธานพรีเมียร์ลีกออกมาปฏิเสธว่ากฎใหม่นี้ไม่ได้ทำขึ้นมาเพื่อกดดันสโมสรในการกักตุนนักเตะดาวรุ่งจากต่างชาติ แต่เป็นการช่วยเหลือทีมชาติอังกฤษมากกกว่า “กฎนี้ช่วยให้การซื้อนักเตะอังกฤษที่มีความสามารถน่าดึงดูดใจมากขึ้นเราไม่ได้ต้องการปิดกั้นการทดสอบฝีเท้ากับนักเตะต่างชาติแต่มันหมายความว่าคุณไม่สามารถซื้อหรือสร้างทีมขึ้นมาจากต่างประเทศเราคิดว่าสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือทีมชาติอังกฤษให้แข็งแกร่งมากขึ้น”

จากกฎนี้ทำให้ในปีหน้าหลายทีมในพรีเมียร์ไม่ว่าจะเป็น “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล”ปืนใหญ่” อาร์เซนอล หรือ”สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ต้องปรับโครงสร้างนักเตะกันยกใหญ่
เนื่องจากเป็นทีมที่ใช้นักเตะต่างชาติเป็นแกนหลักของทีมรวมทั้งมีนักเตะดาวรุ่งเป็นชาวต่างชาติอยู่ในทีมเป็นจำนวนมาก

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด วิเคราะห์บอล ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

พรีเมียร์ลีก เป็นลีกฟุตบอลภายในประเทศที่ดีที่สุดในขณะนี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกฟุตบอลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในวงการฟุตบอล ซึ่งแฟนบอลให้ความสนใจอย่างมาก ลีกฟุตบอลที่รวบรวมสุดยอดสโมสรแห่งเกาะอังกฤษและแข้งดังระดับโลก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นลีกที่คนทั่วโลกให้ความสนใจกว่าลีกอื่นๆ จึงไม่แปลกเลยที่แฟนบอลทั่วโลกให้ความนิยมลีกอังกฤษเป็นจำนวนมาก ซึ่งอีกอย่างก็คือกีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาชนิดที่คนต่างประเทศให้ความสนใจมากกว่ากีฬาชนิดอื่นและรวบรวมสุดยอดสโมสรดังระดับโลกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นต้น

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ระบบการแข่งขัน : มีทีมร่วมแข่งขัน 20 ทีม แข่งขันในระบบพบกันหมด เหย้าและเยือน ทีมชนะได้ 3 คะแนน ทีมเสมอได้ 1 คะแนน และทีมแพ้ไม่ได้คะแนนตลอดฤดูกาลทุกทีมจะต้องแข่งขันทั้งสิ้น 38 นัด เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 3 สโมสรที่ได้คะแนนน้อยที่สุดจะต้องตกชั้นไปเล่นในฟุตบอล
ลีกแชมเปียนชิป

4 ทีมที่อันดับดีสุดจะได้ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกโดยสามทีมอันดับแรกจะผ่านเข้าไปรอในรอบแบ่งกลุ่ม(ทีมชนะเลิศได้อยู่โถ 1) ในขณะที่ทีมอันดับ 4 จะต้องแข่งรอบเพลย์ออฟอีกทีหนึ่ง ส่วนอันดับ 5 จะได้เล่นยูฟ่ายูโรปาลีก (ยูฟ่า คัพ) เดิมและทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศก็จะได้สิทธิ์ไปเล่นในยูโรปาลีก โดยอัตโนมัติเช่นกัน ในกรณีที่ทีมอันดับ 1-4 ชนะการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศสิทธิ์การแข่งยูฟ่ายูโรปาลีก จะได้แก่อันดับ 6 และ 7 ของ
พรีเมียร์ลีกแทน

ทีมพรีเมียร์ลีกที่ได้สิทธิไปแข่งฟุตบอลยุโรป มีเงื่อนไขดังนี้
แชมป์พรีเมียร์ลีก : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่มและได้อยู่โถ 1 รองแชมป์พรีเมียร์ลีก : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
อันดับที่ 3 : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่มและได้อยู่โถ 1 แชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีก : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
อันดับที่ 4 : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบเพลย์ออฟ
แชมป์เอฟเอคัพ : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่ายูโรปาลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
อันดับที่ 5 : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่ายูโรปาลีกในรอบแบ่งกลุ่ม

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

บทความฟุตบอล ตัดเกรด 6 ผู้จัดการทีม พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2016/17

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกฟุตบอลแดนผู้ดี ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ที่แฟนบอลให้ความสนใจมากที่สุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับการเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ 6 อันดับ ที่ดีที่สุดของลีก

1.อันโตนิโอ คอนเต้ (เชลซี) ผลงาน : แชมป์พรีเมียร์ลีก ใครจะไปคิดว่าขวบปีแรกของคอนเต้กับทีมสิงห์สำอางเชลซีจะลงท้ายด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแถมสถิติชนะมากที่สุดในประวัติศาสตร์ 30 เกม ในหนึ่งฤดูกาลกุนซือสัญชาติอิตาลีเขามารับงานยังถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ด้วยสไตล์การเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ การวางแผน แท็คติดอันเหนียวแน่น 3-4- 3 ส่งให้พวกเขาความแชมป์ลีกสูงสุดได้เป็นที่เรียบร้อย คะแนน : A (9.6)

2.เมาริซิโอ โปเช็ตติโน (สเปอร์) ผลงาน : อันดับ 2 พรีเมียร์ลีก ด้วยเกมรุกอันทรงพลัง และเกมรับที่แข็งแกร่ง “พอช” พาสเปอร์จบอันดับ 2 ของตารางได้อย่างยอดเยี่ยม 86 แต้มที่คลับไก่ทำได้ในฤดูกาลนี้ ถือว่าเยอะสุดๆ หากเปลี่ยนเป็นปีอื่น สเปอร์คงเข้าป้ายแชมป์ไปแล้วทั้งสื่อและผู้สัดทัดกรณีต่างยกให้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน เป็นกุนซือที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง แต่ไร้วาสนา เชื่อว่าในปีหน้า
ทีมจากลอนดอนทีมนี้จะเป็นผู้ต่อกรแชมป์กับเหล่ายอดสโสรอื่นๆได้แน่นอน คะแนน : A- (8.9)

3.เป๊ป กวาดิโอลา (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) ผลงาน : อันดับ 3 พรีเมียร์ลีก ช่วงแรกที่เข้ามารับงานยังถิ่นเรือใบสีฟ้า เป๊ป กวาดิโอล่า พาลูกทีมโชว์ฟอร์มได้แบบพุ่งกระฉูด จนหลายฝ่ายคิดว่ากุนซือชาวสเปนจะเสกแชมป์พรีเมียร์ลีกให้แมนฯซิตี้ได้แน่นอนแต่จนแล้วจนรอด เป๊ปกลับโดนลีกที่ได้ชื่อว่ามีการแข่งขันกันมากที่สุดในโลก รับน้องซะงั้น ตอนนี้เจ้าตัวคงเข้าใจแล้วว่า พรีเมียร์ลีก ไม่ง่ายอย่างที่คิด !!!
เงินลงทุนมหาศาลที่จ่ายไปตลอดฤดูกาล และผลงานจบแค่อันดับ 3 ถือว่าผิดฟอร์มมากๆ เชื่อเหลือเกินว่าถ้ากุนซือเรือใบไม่ใช่ เป๊ป กวาดิโอล่า มีหวังต้องโดนนายทุนจากตะวันออกกลางตะเพิดกลับบ้านเก่าแน่ๆ คะแนน : C+ (6.9)

4.เจอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล) ผลงาน : อันดับ 4 พรีเมียร์ลีก กุนซือจอมฮาร์ดคอร์ ของเด็กหงส์เหมือนจะพาทีมเดินหน้าได้สวยงามมากในต้นฤดูกาลเกมรุกอันแสนเร้าใจ เกเก้นเพลสชิ่ง
เล่นงานทีมยักษ์ใหญ่ได้แบบไม่สนหน้าอินหน้าพรหมแต่เมื่อผู้เล่นตัวหลักเริ่มบาดเจ็บ ขาดแคลน แผลที่ปกปิดในเกมรับก็ถูกเปิดทีมคล็อปป์โดนทีมหนีตายท้ายตารางสอยแบบกลับแอนฟิลด์แทบไม่ถูก แต่ด้วยแท็คติกเกมรุกที่ยังมีประสิทธิ์ภาพสูง กุนซือชาวเยอรมันสามารถพาหงส์แดงจบได้ถึงอันดับ 4 เดินทางไปเตะยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกได้อีกครั้งและนี่น่าจะเป็นเป้าหมายที่เจ้าตัวได้วางไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดลีก ถือว่าสอบผ่าน คะแนน : B (7.2)

5.อาร์แซน เวนเกอร์ (อาร์เซน่อล) ผลงาน : อันดับ 5 พรีเมียร์ลีก,แชมป์ เอฟเอคัพ ผลงานในลีกของอาร์แซน เวอร์เกอร์ ถือว่าล้มเหลวเมื่อกุนซือมาดนิ่ง พาเดอะกันเนอส์ จบที่อันดับ 5 ของตารางเท่านั้น
หลังจากไม่เคยจบอันดับต่ำกว่า 4 ตั้งแต่เจ้าตัวเข้ามารับงานที่เอมิเรตท์สเตเดี้ยมแต่การคว้าแชมป์
เอฟเอคัพ ถือว่าความยอดเยี่ยมของเวนเกอร์ยังคงไม่จางหาย ทั้งล้มทีมเรือใบ ทั้งเขี่ยสิงห์บลูในนัดชิงสมควรยกให้แกเป็น Mr.FA CUP จริงๆ คะแนน : B (7.6)

6.โชเซ่ มูรินโญ่ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) ผลงาน : อันดับ 6 พรีเมียร์ลีก,แชมป์ อีเอฟแอล,แชมป์ คอมมูลิตี้ชิลส์,แชมป์ ยูโรป้า ลีก สำหรับกรณีของ โชเซ มูรินโญ่ เราอาจจะต้องแยกเป็น 2 ประเด็นก่อน อย่างแรกเลยในฟุตบอลลีก การจบอันดับ 6 ถือว่าล้มเหลวสำหรับสาวกผีแดง แต่สำหรับผลงานโดยรวมทั้งหมดการคว้าแชมป์ อีเอฟแอล คัพ บวกกับถาดการกุศล คอมมูลิตี้ชิลส์ และปิดท้ายปีด้วยแชมป์บอลยุโรปถ้วยเล็กอย่างยูโรป้าลีกถือว่าสวยสดงดงามมากและที่สำคัญการคว้าแชมป์ยูโรป้า
ยังทำให้จ่ามูพาเด็กผีไปเล่นบอลยุโปรถ้วยใหญ่ได้แบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องผ่านรอบเพลย์ออฟ
เรียกได้ว่าเดอะเรดเดวิลทั้งหลายต่างแฮปปี่กันทุกคน คะแนน : B+ (8.2)

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

พรีเมียร์ลีก ลีกฟุตบอลที่ดีที่สุดของเกาะอังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (Premier League) เป็นระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกในระดับสูงสุดของประเทศอังกฤษและแฟนบอลให้ความนิยมกันทั่วโลก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2535 ภายใต้การบริหารของสมาคมฟุตบอล อังกฤษ การแข่งขันพรีเมียร์ลีกเป็นที่รวมของ 20 สโมสรฟุตบอลในระดับสูงสุดของอังกฤษเข้าด้วยกันหรือมีชื่อตามผู้สนับสนุนการแข่งขันอย่างเป็นทางการว่า บาร์เคลส์ พรีเมียร์ชิพ เนื่องจากในปัจจุบัน สนับสนุนโดย บริษัทการเงินบาร์เคลส์

โดยปัจจุบันมีเพียง 6 ทีมเท่านั้น ที่ชนะเลิศในการแข่งขันรายการนี้ ได้แก่ สโมสรฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 13 สมัย, เชลซี 5 สมัย, อาร์เซนอล 3 สมัย, แมนเชสเตอร์ซิตี 2 สมัย,
แบล็กเบิร์นโรเวอส์ และ เลสเตอร์ซิตี ทีมละ 1 สมัย

ประวัติเดิมฟุตบอลลีกแห่งนี้ ใช้ชื่อว่า ฟุตบอลลีก ดิวิชันหนึ่ง ซึ่งมีจัดการแข่งขันตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2431 (ค.ศ. 1888) และถือว่าเคยเป็นลีกฟุตบอลที่ยาวนานที่สุดในโลก โดยในปี พ.ศ. 2535
ในฤดูกาล 1992-93 ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นจาก รูเพิร์ธ เมอร์ด็อก (Rupert Murdoch)
นักธุรกิจสื่อสารรายใหญ่เจ้าของเครือข่ายสถานีโทรทัศน์สกาย (BSkyB) พยายามผลักดันให้สโมสรฟุตบอลที่จะลงแข่งขันในดิวิชันหนึ่งประจำฤดูกาล 1992-93 ถอนตัวออกมาจัดตั้งเป็นพรีเมียร์ลีกทำให้ฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษที่มีอายุ 104 ปี ต้องยุติลง ขณะเดียวกันทางฟุตบอลลีกเดิมได้เปลี่ยนชื่อจากดิวิชันสอง มาเป็น ดิวิชันหนึ่ง และดิวิชันอื่นได้เปลี่ยนตามกันไป

โดยรัฐบาลของอังกฤษในขณะนั้นต้องเข้าช่วยเหลือโดยลดค่าธรรมเนียมหรือภาษีธุรกิจพนันฟุตบอล นำเงินส่วนนี้มาตั้งกองทุนฟุตบอลจำนวน 100 ล้านปอนด์ ให้ฟุตบอลลีกเป็นคนจัดสรรให้สโมสรฟุตบอลซึ่งเป็นภาคีสมาชิกทั้ง 96 สโมสร นำไปพัฒนาปรับปรุงสนามแข่งขันของตนเอง
แต่งบประมาณเท่านี้ต้องนับว่าน้อยมากหากนำมาเฉลี่ยอย่างเท่ากันแล้วจะได้รับเงินเพียงสโมสรละ 1.08 ล้านปอนด์ เท่านั้น ขณะที่สโมสรฟุตบอลชั้นแนวหน้าของลีกต้องใช้เงินในการณ์นี้สูงถึงกว่า
สิบล้านปอนด์สโมสรใหญ่ในดิวิชันหนึ่งจึงกดดันฟุตบอลลีกจัดสรรเงินให้มากกว่าสโมสรเล็ก เพราะหากไม่เสร็จทันตามกำหนดอาจจะถูกถอนใบอนุญาตได้

การถ่ายทอดสด ในช่วงเวลาที่สโมสรใหญ่ต้องการเงินทุนมหาศาลนี้เป็นโอกาสให้เจ้าของสถานีโทรทัศน์สกายยื่นข้อเสนอให้สโมสรในดิวิชันหนึ่งประจำฤดูกาล 1992−93 ให้ถอนตัวจากสมาชิกฟุตบอลลีกเพื่อมาจัดตั้งเอฟเอพรีเมียร์ลีก โดยทางสถานีขอซื้อสิทธิผูกขาดในการถ่ายทอดการแข่งขันในราคาแพงทำสัญญาฉบับแรกซื้อสิทธิผูกขาดในการถ่ายทอดการแข่งขันเป็นเวลา 5 ปี
(ฤดูกาล 1992−93 ถึง 1996−97) จ่ายค่าตอบแทนให้ 304 ล้านปอนด์ เทียบกับในอดีตที่ฟุตบอลลีกได้รายได้จากการขายสิทธิให้สถานีไอทีวีของอังกฤษ เพียง 44 ล้านปอนด์ ในช่วงเวลา 4 ปี เงื่อนไขตอบแทนทางธุรกิจเช่นนี้ ดึงดูดให้สโมสรทั้งหลายสนใจเป็นอย่างยิ่ง จนผู้บริหารสโมสรบางคน เช่น นายแอลัน ชูการ์ เจ้าของสโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์แสดงตนเป็นแกนนำในการล็อบบี้ให้สโมสรอื่น ๆ ในดิวิชันหนึ่งที่จะเริ่มแข่งขันในฤดูกาล 1992−93 เห็นชอบกับการก่อตั้งลีกแห่งนี้

สำหรับแฟนบอลท่านใดกลัวที่จะพลาดข่าวสารบอล ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวกีฬาอื่นๆ ไม่ต้องเป็นห่วง ท่านเพียงติดตามเพจพวกเรา กดไลค์ กดแชร์ ไว้เลย รับประกันข่าวคุณภาพจะไปอยู่ในมือท่านอย่างแน่นอน

ดีต่อใจ! โรเมโร่ ปลื้มต่อสัญญาอยู่กับ ผีแดง พร้อมลุยศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เซร์คิโอ โรเมโร่ ปลื้มที่ได้ต่อสัญญายาวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดถึง 4 ปียาวไปจนถึง 2021 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลั่นพร้อมลุยศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

สำหรับการแข่งขันในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เรียกได้ว่าแต่ละทีมสู้กันสุดฤทธิ์ พร้อมทั้งสรรหาคนหรือต่อสัญญานักเตะกันให้วุ่นโดยเฉพาะปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่เดินหน้าซื้อตัวนักเตะกันให้วุ่นแย่งชิงกันสุดฤทธิ์ บางรายก็มีปล่อยตัวออกจากลีกกันก็มีบางรายก็มีต่อสัญญากันหลายราย โดยเฉพาะ เซร์คิโอ โรเมโร่ ที่ได้ต่อสัญญายาวกับต้นสังกัดถึง 4 ปียาวไปจนถึง 2021 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เท่ากับว่าเขาได้อยู่สู้ศึกกับผีแดงในศึก Premier League อีกต่อไป

เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูฝีมือชาวอาร์เจนไตน์ ของสโมสรชื่อดังแห่ง Premier League
ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาเผยว่ารู้สึกมีความสุขที่ได้เซ็นสัญญาขยายเวลาต่อออกไปอีก และรู้สึกมีความสุขและมีความภูมิใจอย่างมากสำหรับตนเอง และครอบครัว

ซึ่งการได้เป็นส่วนหนึ่งของปีศาจแดงในการเข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก คือสิ่งที่รอคอยมาโดยตลอด และพร้อมที่จะทำออกมาให้ดีที่สุดในตอนนี้ ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะเป็นผู้รักษาประตูมือที่ 2
รองจาก ดาบิด เด เคอา ก็ยังรู้สึกยินดีที่ยังอยู่ในผีแดง

ในส่วนโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของทีม ปีศาจแดง ที่พร้อมยินดีกับการได้ต่อสัญญาของ โรเมโร่ ซึ่งเป็นผู้รักษาประตูที่มากประสบการณ์ซึ่งสามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอด ตลอดระยะเวลาของเขาที่ได้ลงสนามกับปีศาจแดงมาตลอดซีซั่นถึงแม้ว่าเขาจะเป็นมือสองทุกครั้งที่ได้ลงสนามเขาก็ได้สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขามีความสามารถสูงและสามารถโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างโดดเด่น เขาสมควรแล้วที่จะได้รับการต่อสัญญากับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอีกครั้ง

สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรชื่อดังจากศึก Premier League คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อนี้แน่นอนทำให้นักเตะหลายคนที่อยากจะเข้ามาร่วมศึกกับ ปีศาจแดง จำนวนมาก แต่เมื่อได้รับการต่อสัญญาย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นที่ดีใจสำหรับนักเตะอย่างมาก ในส่วนความดีใจของ โรเมโร่ ที่ได้รับการต่อสัญญากับ ปีศาจแดง ต่อไปจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะเป็นเพียงแค่มือที่สองก็ยังได้รับความสำคัญในการต่อสัญญาหลังจากนี้เรายังคงวงจะได้เห็นฝีมือการเซฟลูกอย่างมืออาชีพของ เซร์คิโอ โรเมโร่ ไปอีกนานยาวไปถึง ปี 2021 กันเลยทีเดียว

เอามาปั้น! ผีเลงดึงกองกลางดาวรุ่งฝรั่งเศสลงหลุม

แข้งลับอีกแล้ว! สื่อดังแดนน้ำหอมโหมตีข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไกล้ได้ตั อาลิยู บาดาร่า ตราโอเร่ นักเตะดาวรุ่งของทีมชาติฝรั่งเศสเต็มทีแล้ว

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

กองกลางดาวโรจน์ของ ซาร์เซลล์ส ทีมสมัครเล่นในฝรั่งเศส ด้วยสัญญา 3 ปี ช่วงหน้าร้อนนี้ หลังนักเตะเคยมาทดสอบฝีเท้ากับ “เร้ด เดวิลส์” เมื่อเดือนกุมภาพันธ์มาแล้ว

“เลกิ๊ป” สื่อชื่อดังของฝรั่งเศส รายงานข่าวว่า “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สุดยอดสโมสรแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้กระชากตัว อาลิยู บาดาร่า ตราโอเร่ มิดฟิลด์ดาวรุ่งของ ซาร์เซลล์ส ทีมสมัครเล่นในลีกฝรั่งเศส ด้วยสัญญาจนถึงปี 2020 ในช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะซัมเมอร์นี้

ตราโอเร่ วัยละอ่อน 16 ปี เคยเล่นให้ทีมเยาวชนของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก่อนจะโยกไปอยู่กับ ซาร์เซลล์ส เมื่อช่วงต้นฤดูกาล โดยเขาถูกทีมแมวมองของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ยูเวนตุส จ้องหวังคว้าแข้งฝรั่งเศสอนาคตไกลคนนี้ด้วย และล่าสุด สื่อดังแดนน้ำหอมอย่าง “เลกิ๊ป” อ้างว่า ทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ใกล้ที่จะคว้าตัว ตราโอเร่ มาร่วมทีมด้วยสัญญา 3 ปีเต็มทีแล้ว

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม ให้กดไปที่ลิ้งค์นี้ได้เลยนะจ๊ะ Khaofootball

เว็บไซต์เรามีวิดีโอสำหรับ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แนะนำด้วยนะ รู้ยัง! กดเบาๆ นะจ๊ะ