รีวิว ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ สวอนซี

รายการ: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017/18, นัดที่ 2
วัน และ เวลาทำการแข่งขัน: วันเสาร์ที่ 19 ส.ค. 60 เวลา 18.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
ระหว่าง: สวอนซี พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สนาม: ลิเบอร์ตี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ความพร้อมภายในทีม – สวอนซี
สวอนซี เกมนี้จะไม่มี คี ซึง ยอง และ เนธาน ดายเออร์ ที่มีอาการบาดเจ็บ เช่นเดียวกับ เฟร์นันโด ยอร์เรนเต้ ที่ยังต้องรอทดสอบความฟิต แนวรับใช้ อัลฟี่ มอว์สัน จับคู่กับ เฟร์เดริโก เฟร์นันเดซ แดนกลางสามคนประกอบด้วย ทอม แคร์โรลล์, ลีออน บริตตัน และ ลีรอยเฟอร์ ขณะที่แดนหน้าใช้สามประสาน เวย์น เราต์เลจ, จอร์แดน อายิว และ แทมมี อับราฮัม คอยล่าตาข่าย ด้าน กัปตัน ลีออน บริตตัน มีปัญหาบาดเจ็บที่หลัง โดยคาดว่า โรเก้ เมซ่า กองกลางตัวใหม่จะได้ลงประเดิมสนามให้กับทีม

ความพร้อมภายในทีม – แมนฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดเพียงแค่ ลุค ชอว์, แอชลีย์ ยัง และ มาร์กอส โรโฆ ที่มีอาการบาดเจ็บ นอกนั้นพร้อมลงสนามครบครันเกมนี้คาดว่าจะยังใช้ทีมชุเดิมกับเกมเอาชนะ เวสต์แฮม 4-0 ในนัดเปิดฤดูกาล แนวรับใช้ ฟิล โจนส์ จับคู่กับ เอริค ไบญี แดนกลางนำทัพโดย เนมานยา มาติช, ฮวน มาต้า และ พอล
ป็อกบา ขณะที่แนวรุกใช้สามประสาน มาร์คัส แรชฟอร์ด, เฮนริค มคิตาร์ยาน และ โรเมอู ลูกากู

ผลงานนัดเปิดฤดูกาลของทั้งสองทีม
สวอนซี : เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน (เยือน)
​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ชนะ เวสต์แฮม (เหย้า)

รู้หรือไม่?
​ทีมหงส์ขาว ไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกมา 6 เกมติดต่อกัน (ชนะ 4 เสมอ 2 – นับรวมของเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย) ซึ่งถือเป็นสถิติการไร้พ่ายที่ยาวนานสุดของพวกเขานับตั้งแต่ที่เคยทำได้ 7 เกมติด ระหว่างเดือน ธันวาคม 2012 และ มกราคม 2013

สวอนซี ไม่เคยเก็บคลีนชีตได้เลยแม้แต่เกมเดียวในการดวลกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีก (ทั้งเหย้า-เยือน) ซึ่งหนสุดท้ายที่พวกเขาทำได้ ต้องย้อนกลับไปในเดือน ธันวาคม 1982 (ดิวิชั่น 1 เดิม) โดยหนนั้นพวกเขาเปิดบ้านเสมอ ปีศาจแดงด้วยสกอร์ 0-0 ​โรเมลู ลูกากู ยิง สวอนซี ไม่ได้มา 6 เกม จาก 6 นัดหลังสุดที่เจอกับ หงส์ขาว(ในทุกรายการ)

รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม สวอนซี : ฟาเบียงสกี้, นอห์ตัน, เฟร์นานเดซ, มอว์สัน, โอลส์สัน, แฟร์, เมซ่า, แคร์โรลล์, เราท์เล็ดจ์, อับราฮัม, อายิว​ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : เด เคอา, บลินด์, ไบยี่, โจนส์, วาเลนเซีย, ป็อกบา, มาติช, แรชฟอร์ด, มคิทาร์ยาน, มาต้า, ลูกากู

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

25 ปี พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับการเปลี่ยนแปลงจากยุคเก่าสู่ยุคปัจจุบัน

เราติดตามดูฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ของอังกฤษมานานถึง 25 ปีแล้วหรือนี่? และถ้านับรวมจากเมื่อครั้งที่ยังเรียกขานกันว่า “ดิวิชั่นหนึ่ง” เดิม มันก็ย่อมกินเวลามากกว่านั้นเข้าไปอีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ณ ตอนนี้ก็คงคล้ายกับเด็กใกล้เปิดเทอมนั่นแหละแต่จะต่างกันก็คือมันเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เราท่านจะได้ดูและเชียร์ทีมโปรดลงสนาม ไม่ใช่ความทุกข์ที่เวลาเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนานไม่ต้องทำการบ้าน และไม่ต้องท่องตำรับตำรากำลังจะจากเราไป

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมีการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างไม่ต่างไปจ
ากลีกของชาติอื่น หากแต่เป็นที่ยอมรับกันในวงกว้างว่านี่คือลีกที่สนุกเร้าใจ ยากแก่การคาดเดาผลการแข่งขันและฟันธงบทอวสานในช่วงท้ายซีซั่นมากที่สุด

ทั้งนี้เพราะพรีเมียร์ลีกไม่ได้มีคู่แข่งขันเพียงแค่บาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริดเหมือนในลา ลีกา
ไม่ได้มีแค่ยูเวนตุสทีมเดียวเหมือนในเซเรียอาและไม่ได้มีเพียงบาเยิร์นกับดอร์ทมุนด์เหมือนในบุนเดสลีกา เนื่องจากถึงขณะนี้ พรีเมียร์ลีกไม่ได้มีแค่แมนฯ ยูไนเต็ดที่ผูกขาดความยิ่งใหญ่และความสำเร็จเพียงสโมสรเดียวอีกต่อไปแล้ว

เท่านั้นไม่พอ จากที่มีทีมในกลุ่ม “บิ๊กโฟร์” ยึดพื้นที่สัมปทานของศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกแบบซ้ำหน้าเป็นประจำในทุกๆ ซีซั่นการแก่งแย่งแข่งขันในระยะหลังได้เพิ่มความดุเด็ดเผ็ดมันจนขยายขอบข่า
ยกลายเป็นกลุ่ม “ท๊อปซิกซ์” ไปแล้ว

ฉะนั้นแล้ว ในเมื่อการชิงชัยมีความยากลำบากมากขึ้นความสนุกสนานชวนให้น่าติดตามจึงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณไปด้วยอย่างไรก็ดีความสนุกของเกมก็ต้องมาพร้อมกับความเป็นธรรมด้วยเช่นกันด้วยเหตุนี้
ระยะหลังเกมฟุตบอลจึงทนเสียงสาปส่งของแฟนๆที่ยืนยันยกให้ผู้ตัดสินเป็นใหญ่ที่สุดในสนามดังเดิมอีกต่อไปไม่ไหวและเปิดโอกาสให้มีการติดตั้งโกลไลน์เป็นเครื่องมือช่วยเหลือผู้ตัดสินเพื่อค
วามยุติธรรมในแง่ของผลการแข่งขัน

แต่ก็นั่นแหละยังไงซะสิงห์เชิ้ตดำก็ยังเป็นคนปุถุชนคนธรรมดาที่สามารถถูกพ่อค้าแข้งจอมมารยาตบตาได้ทุกขณะเนื่องจากไม่มีสิทธิ์ได้เห็นภาพรีเพลย์เหมือนใครเขาว่าแล้วในซีซั่นหน้าเป็นต้นไป สมาคมฟุตบอล (เอฟเอ) จึงคลอดกฏใหม่ล่าสุดออกมาใช้อีกข้อด้วยการใช้วิดีโอเทปเป็นหลัก
ฐานเอาผิดนักเตะจอมพุ่งล้มที่หลอกลวงท่านเปาในสนามได้สำเร็จด้วยการแบนย้อนหลังสองเกมหมายให้พ่อค้าแข้งที่ไม่มีน้ำใจเป็นนักกีฬาจำพวกนี้หมดไปจากสังเวียนแข้ง

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

อัพเดทความเคลื่อนไหวของลีกฟุตบอลยอดนิยมอย่างศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาลใหม่ที่จะเริ่มเปิดสนามคู่แรกคืนนี้ (11 ส.ค.) ถือเป็นฤดูกาลฉลองครบรอบ 25 ปี การก่อตั้งพรีเมียร์ลีก หลังจากเปลี่ยนชื่อจากดิวิชั่น 1 มาเป็นพรีเมียร์ลีกครั้งแรก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขณะที่ความเคลื่อนไหวในการซื้อขายนักเตะแม้ตลาดซื้อขายยังเหลือเวลาให้ทีมต่างๆ ได้ชอปปิ้งนักเตะอีก 3 สัปดาห์ แต่ล่าสุดมีความเป็นไปได้ว่า มูลค่าการซื้อขายน่าจะคึกคักและทำยอดสูงสุดเป็นสถิติใหม่

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นทีมแรกของอังกฤษที่ใช้จ่ายเงินซื้อนักเตะใหม่เกินหลัก 200 ล้านปอนด์ ภายในช่วงเดียวที่มีการเปิดตลาดซื้อขาย สำหรับรายชื่อนักเตะใหม่ที่มีค่าตัวแพงที่สุดในพรีเมียร์ลีกในการซื้อขายล่าสุดอันดับ 1 คือ โรเมลู ลูกากู ที่ย้ายจากเอฟเวอร์ตัน มาร่วมทัพ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยมูลค่า 75 ล้านปอนด์ รองลงมาคือ อัลบาโร่ โมราต้า จากเรอัล มาดริด ที่เชลซี ดึงมาร่วมทัพด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ อันดับสามเป็นเบนจามิน เมนดี้ ของแมนฯ ซิตี้
ซึ่งคว้าตำแหน่งกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก มูลค่า 52 ล้านปอนด์ และอันดับ 4 คือ อเล็กซานเดอร์ ลากาแซตต์ ของอาร์เซน่อล ซึ่งแพงที่สุดเป็นสถิติสโมสรที่ 46.5 ล้านปอนด์

ส่วนสามทีมน้องใหม่ที่ได้เลื่อนชั้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ ประกอบด้วย นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่ขึ้นมาในฐานะแชมป์ลีกแชมเปี้ยนชิพฤดูกาลที่แล้ว เช่นเดียวกับ ไบร์ทตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ซึ่งตามขึ้นมาในฐานะรองแชมป์ ส่วนทีมสุดท้ายที่ได้เลื่อนชั้น คือ ฮัดเดอร์สฟิลด์ แชมป์เพลย์ออฟชิงโควต้าสุดท้ายจากลีกแชมเปี้ยนชิพ

สำหรับนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีกซีซั่นใหม่ปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่คู่เปิดสนามจะลงเตะกันในคืนวันศุกร์ โดย “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อลจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ซิตี้

นัดนี้ อาร์เซน่อล ที่เพิ่งเฉือนชนะจุดโทษเชลซี คว้าแชมป์คอมมูนิตี้ ชิลด์ มาเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว จะไม่มีอเล็กซิส ซานเชซ ที่บาดเจ็บลงเล่น แต่จะได้อเล็กซานเดอร์ ลากาแซตต์ ศูนย์หน้าค่าตัวแพงลงประเดิมศึกพรีเมียร์ลีก ขณะที่เลสเตอร์ฯ แม้แนวรับจะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนหลายคน แต่แดนหน้าอาจใช้ เคลิชี่ อิเฮียนาโช่ ศูนย์หน้าคนใหม่ที่ย้ายมาจากแมนฯซิตี้ ลงล่าตาข่าย

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ