รีวิว ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ สวอนซี

รายการ: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017/18, นัดที่ 2
วัน และ เวลาทำการแข่งขัน: วันเสาร์ที่ 19 ส.ค. 60 เวลา 18.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
ระหว่าง: สวอนซี พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สนาม: ลิเบอร์ตี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ความพร้อมภายในทีม – สวอนซี
สวอนซี เกมนี้จะไม่มี คี ซึง ยอง และ เนธาน ดายเออร์ ที่มีอาการบาดเจ็บ เช่นเดียวกับ เฟร์นันโด ยอร์เรนเต้ ที่ยังต้องรอทดสอบความฟิต แนวรับใช้ อัลฟี่ มอว์สัน จับคู่กับ เฟร์เดริโก เฟร์นันเดซ แดนกลางสามคนประกอบด้วย ทอม แคร์โรลล์, ลีออน บริตตัน และ ลีรอยเฟอร์ ขณะที่แดนหน้าใช้สามประสาน เวย์น เราต์เลจ, จอร์แดน อายิว และ แทมมี อับราฮัม คอยล่าตาข่าย ด้าน กัปตัน ลีออน บริตตัน มีปัญหาบาดเจ็บที่หลัง โดยคาดว่า โรเก้ เมซ่า กองกลางตัวใหม่จะได้ลงประเดิมสนามให้กับทีม

ความพร้อมภายในทีม – แมนฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดเพียงแค่ ลุค ชอว์, แอชลีย์ ยัง และ มาร์กอส โรโฆ ที่มีอาการบาดเจ็บ นอกนั้นพร้อมลงสนามครบครันเกมนี้คาดว่าจะยังใช้ทีมชุเดิมกับเกมเอาชนะ เวสต์แฮม 4-0 ในนัดเปิดฤดูกาล แนวรับใช้ ฟิล โจนส์ จับคู่กับ เอริค ไบญี แดนกลางนำทัพโดย เนมานยา มาติช, ฮวน มาต้า และ พอล
ป็อกบา ขณะที่แนวรุกใช้สามประสาน มาร์คัส แรชฟอร์ด, เฮนริค มคิตาร์ยาน และ โรเมอู ลูกากู

ผลงานนัดเปิดฤดูกาลของทั้งสองทีม
สวอนซี : เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน (เยือน)
​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ชนะ เวสต์แฮม (เหย้า)

รู้หรือไม่?
​ทีมหงส์ขาว ไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกมา 6 เกมติดต่อกัน (ชนะ 4 เสมอ 2 – นับรวมของเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย) ซึ่งถือเป็นสถิติการไร้พ่ายที่ยาวนานสุดของพวกเขานับตั้งแต่ที่เคยทำได้ 7 เกมติด ระหว่างเดือน ธันวาคม 2012 และ มกราคม 2013

สวอนซี ไม่เคยเก็บคลีนชีตได้เลยแม้แต่เกมเดียวในการดวลกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีก (ทั้งเหย้า-เยือน) ซึ่งหนสุดท้ายที่พวกเขาทำได้ ต้องย้อนกลับไปในเดือน ธันวาคม 1982 (ดิวิชั่น 1 เดิม) โดยหนนั้นพวกเขาเปิดบ้านเสมอ ปีศาจแดงด้วยสกอร์ 0-0 ​โรเมลู ลูกากู ยิง สวอนซี ไม่ได้มา 6 เกม จาก 6 นัดหลังสุดที่เจอกับ หงส์ขาว(ในทุกรายการ)

รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม สวอนซี : ฟาเบียงสกี้, นอห์ตัน, เฟร์นานเดซ, มอว์สัน, โอลส์สัน, แฟร์, เมซ่า, แคร์โรลล์, เราท์เล็ดจ์, อับราฮัม, อายิว​ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : เด เคอา, บลินด์, ไบยี่, โจนส์, วาเลนเซีย, ป็อกบา, มาติช, แรชฟอร์ด, มคิทาร์ยาน, มาต้า, ลูกากู

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

25 ปี พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับการเปลี่ยนแปลงจากยุคเก่าสู่ยุคปัจจุบัน

เราติดตามดูฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ของอังกฤษมานานถึง 25 ปีแล้วหรือนี่? และถ้านับรวมจากเมื่อครั้งที่ยังเรียกขานกันว่า “ดิวิชั่นหนึ่ง” เดิม มันก็ย่อมกินเวลามากกว่านั้นเข้าไปอีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ณ ตอนนี้ก็คงคล้ายกับเด็กใกล้เปิดเทอมนั่นแหละแต่จะต่างกันก็คือมันเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เราท่านจะได้ดูและเชียร์ทีมโปรดลงสนาม ไม่ใช่ความทุกข์ที่เวลาเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนานไม่ต้องทำการบ้าน และไม่ต้องท่องตำรับตำรากำลังจะจากเราไป

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมีการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างไม่ต่างไปจ
ากลีกของชาติอื่น หากแต่เป็นที่ยอมรับกันในวงกว้างว่านี่คือลีกที่สนุกเร้าใจ ยากแก่การคาดเดาผลการแข่งขันและฟันธงบทอวสานในช่วงท้ายซีซั่นมากที่สุด

ทั้งนี้เพราะพรีเมียร์ลีกไม่ได้มีคู่แข่งขันเพียงแค่บาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริดเหมือนในลา ลีกา
ไม่ได้มีแค่ยูเวนตุสทีมเดียวเหมือนในเซเรียอาและไม่ได้มีเพียงบาเยิร์นกับดอร์ทมุนด์เหมือนในบุนเดสลีกา เนื่องจากถึงขณะนี้ พรีเมียร์ลีกไม่ได้มีแค่แมนฯ ยูไนเต็ดที่ผูกขาดความยิ่งใหญ่และความสำเร็จเพียงสโมสรเดียวอีกต่อไปแล้ว

เท่านั้นไม่พอ จากที่มีทีมในกลุ่ม “บิ๊กโฟร์” ยึดพื้นที่สัมปทานของศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกแบบซ้ำหน้าเป็นประจำในทุกๆ ซีซั่นการแก่งแย่งแข่งขันในระยะหลังได้เพิ่มความดุเด็ดเผ็ดมันจนขยายขอบข่า
ยกลายเป็นกลุ่ม “ท๊อปซิกซ์” ไปแล้ว

ฉะนั้นแล้ว ในเมื่อการชิงชัยมีความยากลำบากมากขึ้นความสนุกสนานชวนให้น่าติดตามจึงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณไปด้วยอย่างไรก็ดีความสนุกของเกมก็ต้องมาพร้อมกับความเป็นธรรมด้วยเช่นกันด้วยเหตุนี้
ระยะหลังเกมฟุตบอลจึงทนเสียงสาปส่งของแฟนๆที่ยืนยันยกให้ผู้ตัดสินเป็นใหญ่ที่สุดในสนามดังเดิมอีกต่อไปไม่ไหวและเปิดโอกาสให้มีการติดตั้งโกลไลน์เป็นเครื่องมือช่วยเหลือผู้ตัดสินเพื่อค
วามยุติธรรมในแง่ของผลการแข่งขัน

แต่ก็นั่นแหละยังไงซะสิงห์เชิ้ตดำก็ยังเป็นคนปุถุชนคนธรรมดาที่สามารถถูกพ่อค้าแข้งจอมมารยาตบตาได้ทุกขณะเนื่องจากไม่มีสิทธิ์ได้เห็นภาพรีเพลย์เหมือนใครเขาว่าแล้วในซีซั่นหน้าเป็นต้นไป สมาคมฟุตบอล (เอฟเอ) จึงคลอดกฏใหม่ล่าสุดออกมาใช้อีกข้อด้วยการใช้วิดีโอเทปเป็นหลัก
ฐานเอาผิดนักเตะจอมพุ่งล้มที่หลอกลวงท่านเปาในสนามได้สำเร็จด้วยการแบนย้อนหลังสองเกมหมายให้พ่อค้าแข้งที่ไม่มีน้ำใจเป็นนักกีฬาจำพวกนี้หมดไปจากสังเวียนแข้ง

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

อัพเดทความเคลื่อนไหวของลีกฟุตบอลยอดนิยมอย่างศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาลใหม่ที่จะเริ่มเปิดสนามคู่แรกคืนนี้ (11 ส.ค.) ถือเป็นฤดูกาลฉลองครบรอบ 25 ปี การก่อตั้งพรีเมียร์ลีก หลังจากเปลี่ยนชื่อจากดิวิชั่น 1 มาเป็นพรีเมียร์ลีกครั้งแรก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขณะที่ความเคลื่อนไหวในการซื้อขายนักเตะแม้ตลาดซื้อขายยังเหลือเวลาให้ทีมต่างๆ ได้ชอปปิ้งนักเตะอีก 3 สัปดาห์ แต่ล่าสุดมีความเป็นไปได้ว่า มูลค่าการซื้อขายน่าจะคึกคักและทำยอดสูงสุดเป็นสถิติใหม่

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นทีมแรกของอังกฤษที่ใช้จ่ายเงินซื้อนักเตะใหม่เกินหลัก 200 ล้านปอนด์ ภายในช่วงเดียวที่มีการเปิดตลาดซื้อขาย สำหรับรายชื่อนักเตะใหม่ที่มีค่าตัวแพงที่สุดในพรีเมียร์ลีกในการซื้อขายล่าสุดอันดับ 1 คือ โรเมลู ลูกากู ที่ย้ายจากเอฟเวอร์ตัน มาร่วมทัพ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยมูลค่า 75 ล้านปอนด์ รองลงมาคือ อัลบาโร่ โมราต้า จากเรอัล มาดริด ที่เชลซี ดึงมาร่วมทัพด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ อันดับสามเป็นเบนจามิน เมนดี้ ของแมนฯ ซิตี้
ซึ่งคว้าตำแหน่งกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก มูลค่า 52 ล้านปอนด์ และอันดับ 4 คือ อเล็กซานเดอร์ ลากาแซตต์ ของอาร์เซน่อล ซึ่งแพงที่สุดเป็นสถิติสโมสรที่ 46.5 ล้านปอนด์

ส่วนสามทีมน้องใหม่ที่ได้เลื่อนชั้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ ประกอบด้วย นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่ขึ้นมาในฐานะแชมป์ลีกแชมเปี้ยนชิพฤดูกาลที่แล้ว เช่นเดียวกับ ไบร์ทตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ซึ่งตามขึ้นมาในฐานะรองแชมป์ ส่วนทีมสุดท้ายที่ได้เลื่อนชั้น คือ ฮัดเดอร์สฟิลด์ แชมป์เพลย์ออฟชิงโควต้าสุดท้ายจากลีกแชมเปี้ยนชิพ

สำหรับนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีกซีซั่นใหม่ปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่คู่เปิดสนามจะลงเตะกันในคืนวันศุกร์ โดย “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อลจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ซิตี้

นัดนี้ อาร์เซน่อล ที่เพิ่งเฉือนชนะจุดโทษเชลซี คว้าแชมป์คอมมูนิตี้ ชิลด์ มาเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว จะไม่มีอเล็กซิส ซานเชซ ที่บาดเจ็บลงเล่น แต่จะได้อเล็กซานเดอร์ ลากาแซตต์ ศูนย์หน้าค่าตัวแพงลงประเดิมศึกพรีเมียร์ลีก ขณะที่เลสเตอร์ฯ แม้แนวรับจะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนหลายคน แต่แดนหน้าอาจใช้ เคลิชี่ อิเฮียนาโช่ ศูนย์หน้าคนใหม่ที่ย้ายมาจากแมนฯซิตี้ ลงล่าตาข่าย

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

พรีเมียร์ลีก เป็นลีกฟุตบอลภายในประเทศที่ดีที่สุดในขณะนี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกฟุตบอลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในวงการฟุตบอล ซึ่งแฟนบอลให้ความสนใจอย่างมาก ลีกฟุตบอลที่รวบรวมสุดยอดสโมสรแห่งเกาะอังกฤษและแข้งดังระดับโลก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นลีกที่คนทั่วโลกให้ความสนใจกว่าลีกอื่นๆ จึงไม่แปลกเลยที่แฟนบอลทั่วโลกให้ความนิยมลีกอังกฤษเป็นจำนวนมาก ซึ่งอีกอย่างก็คือกีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาชนิดที่คนต่างประเทศให้ความสนใจมากกว่ากีฬาชนิดอื่นและรวบรวมสุดยอดสโมสรดังระดับโลกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นต้น

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ระบบการแข่งขัน : มีทีมร่วมแข่งขัน 20 ทีม แข่งขันในระบบพบกันหมด เหย้าและเยือน ทีมชนะได้ 3 คะแนน ทีมเสมอได้ 1 คะแนน และทีมแพ้ไม่ได้คะแนนตลอดฤดูกาลทุกทีมจะต้องแข่งขันทั้งสิ้น 38 นัด เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 3 สโมสรที่ได้คะแนนน้อยที่สุดจะต้องตกชั้นไปเล่นในฟุตบอล
ลีกแชมเปียนชิป

4 ทีมที่อันดับดีสุดจะได้ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกโดยสามทีมอันดับแรกจะผ่านเข้าไปรอในรอบแบ่งกลุ่ม(ทีมชนะเลิศได้อยู่โถ 1) ในขณะที่ทีมอันดับ 4 จะต้องแข่งรอบเพลย์ออฟอีกทีหนึ่ง ส่วนอันดับ 5 จะได้เล่นยูฟ่ายูโรปาลีก (ยูฟ่า คัพ) เดิมและทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศก็จะได้สิทธิ์ไปเล่นในยูโรปาลีก โดยอัตโนมัติเช่นกัน ในกรณีที่ทีมอันดับ 1-4 ชนะการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศสิทธิ์การแข่งยูฟ่ายูโรปาลีก จะได้แก่อันดับ 6 และ 7 ของ
พรีเมียร์ลีกแทน

ทีมพรีเมียร์ลีกที่ได้สิทธิไปแข่งฟุตบอลยุโรป มีเงื่อนไขดังนี้
แชมป์พรีเมียร์ลีก : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่มและได้อยู่โถ 1 รองแชมป์พรีเมียร์ลีก : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
อันดับที่ 3 : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่มและได้อยู่โถ 1 แชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีก : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
อันดับที่ 4 : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบเพลย์ออฟ
แชมป์เอฟเอคัพ : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่ายูโรปาลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
อันดับที่ 5 : ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่ายูโรปาลีกในรอบแบ่งกลุ่ม

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกแดนผู้ดีที่แฟนบอลให้ความนิยมกันมากที่สุดในโลก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกและถือว่าเคยเป็นลีกฟุตบอลที่ยาวนานที่สุดในโลก รวบรวมแข้งนักเตะระดับโลกหลายคนไว้ในลีกคุณภาพนี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดิมฟุตบอลลีกแห่งนี้ ใช้ชื่อว่า ฟุตบอลลีกดิวิชันหนึ่งซึ่งมีจัดการแข่งขันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2431 (ค.ศ. 1888) และถือว่าเคยเป็นลีกฟุตบอลที่ยาวนานที่สุดในโลก โดยในปี พ.ศ. 2535 ในฤดูกาล 1992-93 ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นจากรูเพิร์ธ เมอร์ด็อก (Rupert Murdoch) นักธุรกิจสื่อสารรายใหญ่เจ้าของเครือข่ายสถานีโทรทัศน์สกาย (BSkyB) พยายามผลักดันให้สโมสรฟุตบอลที่จะลงแข่งขันในดิวิชันหนึ่งประจำฤดูกาล 1992-93 ถอนตัวออกมาจัดตั้งเป็นพรีเมียร์ลีกทำให้ฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษที่มีอายุ 104 ปี ต้องยุติลง ขณะเดียวกันทางฟุตบอลลีกเดิมได้เปลี่ยนชื่อจาก ดิวิชันสอง มาเป็น ดิวิชันหนึ่ง และดิวิชันอื่นได้เปลี่ยนตามกันไป

การจัดตั้ง
17 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 มีการลงนามข้อตกลงภาคีสมาชิกก่อตั้ง (Founder Members Agreement) เพื่อวางหลักการสำคัญในการจัดตั้งพรีเมียร์ลีก ได้แก่ ระบบลีกสูงสุดใหม่นี้จะดำเนินการทางธุรกิจด้วยตนเองทำให้พรีเมียร์ลีกมีอิสระที่จะเจรจาผลประโยชน์กับผู้สนับสนุนรวมทั้งสิทธิในการขายสิทธิถ่ายทอดโทรทัศน์ของตนเองแยกขาดจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษและฟุตบอลลีก จากนั้นในปี พ.ศ. 2535 ทั้ง 20 สโมสรได้ยื่นขอถอนตัวจากฟุตบอลลีกอย่างเป็นทางการ

ต่อมา 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 เอฟเอพรีเมียร์ลีกจึงก่อตั้งโดยจดทะเบียนในรูป บริษัทจำกัด
มีสโมสรฟุตบอลสมาชิกทั้ง 20 แห่งเป็นหุ้นส่วนความเป็นหุ้นส่วนจึงขึ้นอยู่กับผลการแข่งขันทางสโมสรหากทีมใดยังคงอยู่ในพรีเมียร์ลีกก็จะถือเป็นหุ้นส่วนของพรีเมียร์ลีกต่อไป
ในช่วงปิดฤดูกาลสโมสรที่ตกชั้นจะต้องมอบสิทธิความเป็นหุ้นส่วนให้กับสโมสรที่เลื่อ
นชั้นมาจากดิวิชั่น 2 ที่เปลี่ยนชื่อเป็นดิวิชั่น 1 (ลีกแชมเปียนชิปในปัจจุบัน)
โดยมีสมาคมฟุตบอลอังกฤษถือสิทธิเป็นหุ้นส่วนหลักมีอำนาจที่จะคัดค้านในประเด็นสำคัญ เช่น
การแต่งตั้งประธานกรรมการและผู้บริหารระดับสูงหลักการเลื่อนชั้นหรือตกชั้นของสโมสรเท่านั้น
แต่ไม่อาจล่วงไปถึงกิจการเฉพาะของพรีเมียร์ลีกซึ่งได้แก่เงื่อนไขและผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ต่าง ๆ

การซื้อตัวผู้เล่นต่างชาติ
แต่เมื่อพรีเมียร์ลีกก่อกำเนิดธรรมเนียมการกว้านซื้อตัวนักฟุตบอลต่างชาติของสโมสรฟุตบอลอังกฤษจึงเริ่มมีมากขึ้นจารีตการสร้างนักฟุตบอลของตัวเองแม้จะยังคงอยู่แต่ก็ลดความสำคัญลงไปทุกขณะ
เพราะต้องใช้เวลายาวนานอาจไม่ทันการณ์สู้ใช้เงินซื้อนักฟุตบอลชื่อดังระดับโลกมาร่วมสังกัดไม่ได้
ที่สามารถดึงดูดแฟนฟุตบอลให้ซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันมากขึ้นในเวลาอันสั้นลีลาการเล่นที่ตื่นเต้นเร้าใจย่อมขยายฐานแฟนคลับให้กว้างขวางออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อสโมสรชั้นนำในพรีเมียร์ลีกต่างมีสถานะทางการเงินที่มั่นคงกว่าเดิมจึงพร้อมที่จะทำในสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์

ในฤดูกาลถัดมานักฟุตบอลต่างชาติได้มาเล่นในฟุตบอลอังกฤษมากขึ้นในฤดูกาล 1995-96 มิดเดิลสโบรห์ซื้อจูนินโญ่และเอเมอร์สัน (บราซิล) นิวคาสเซิลยูไนเด็ตซื้อฟาอุสติโน่ อัสปริญ่า (โคลอมเบีย) อาร์เซนอลซื้อแด็นนิสแบร์คกัมป์ (ฮอลแลนด์) เชลซี ซื้อรืด คึลลิต (ฮอลแลนด์) ฯลฯ ฤดูกาล 1996-97 มิดเดิลสโบรห์ซื้อฟาบรีซีโอ ราวาเนลลี (อิตาลี) เชลซีซื้อจันลูกา วีอัลลี
และจันฟรังโก โซลา (อิตาลี) ลิเวอร์พูลซื้อแพทริก แบเกอร์ (สาธารณรัฐเช็ก)และอาร์เซนอลซื้อปาทริค วิเอร่า (ฝรั่งเศส) ฯลฯ โดยในฤดูกาล 1999-2000 เชลซีได้ส่งผู้เล่น 11 ตัวจริงลงเล่นโดยที่ไม่มีผู้เล่นของอังกฤษหรือประเทศในสหราชอาณาจักรปนอยู่เลยเป็นทีมแรก[1]

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

บทความฟุตบอล ตัดเกรด 6 ผู้จัดการทีม พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2016/17

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกฟุตบอลแดนผู้ดี ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ที่แฟนบอลให้ความสนใจมากที่สุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับการเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ 6 อันดับ ที่ดีที่สุดของลีก

1.อันโตนิโอ คอนเต้ (เชลซี) ผลงาน : แชมป์พรีเมียร์ลีก ใครจะไปคิดว่าขวบปีแรกของคอนเต้กับทีมสิงห์สำอางเชลซีจะลงท้ายด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแถมสถิติชนะมากที่สุดในประวัติศาสตร์ 30 เกม ในหนึ่งฤดูกาลกุนซือสัญชาติอิตาลีเขามารับงานยังถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ด้วยสไตล์การเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ การวางแผน แท็คติดอันเหนียวแน่น 3-4- 3 ส่งให้พวกเขาความแชมป์ลีกสูงสุดได้เป็นที่เรียบร้อย คะแนน : A (9.6)

2.เมาริซิโอ โปเช็ตติโน (สเปอร์) ผลงาน : อันดับ 2 พรีเมียร์ลีก ด้วยเกมรุกอันทรงพลัง และเกมรับที่แข็งแกร่ง “พอช” พาสเปอร์จบอันดับ 2 ของตารางได้อย่างยอดเยี่ยม 86 แต้มที่คลับไก่ทำได้ในฤดูกาลนี้ ถือว่าเยอะสุดๆ หากเปลี่ยนเป็นปีอื่น สเปอร์คงเข้าป้ายแชมป์ไปแล้วทั้งสื่อและผู้สัดทัดกรณีต่างยกให้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน เป็นกุนซือที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง แต่ไร้วาสนา เชื่อว่าในปีหน้า
ทีมจากลอนดอนทีมนี้จะเป็นผู้ต่อกรแชมป์กับเหล่ายอดสโสรอื่นๆได้แน่นอน คะแนน : A- (8.9)

3.เป๊ป กวาดิโอลา (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) ผลงาน : อันดับ 3 พรีเมียร์ลีก ช่วงแรกที่เข้ามารับงานยังถิ่นเรือใบสีฟ้า เป๊ป กวาดิโอล่า พาลูกทีมโชว์ฟอร์มได้แบบพุ่งกระฉูด จนหลายฝ่ายคิดว่ากุนซือชาวสเปนจะเสกแชมป์พรีเมียร์ลีกให้แมนฯซิตี้ได้แน่นอนแต่จนแล้วจนรอด เป๊ปกลับโดนลีกที่ได้ชื่อว่ามีการแข่งขันกันมากที่สุดในโลก รับน้องซะงั้น ตอนนี้เจ้าตัวคงเข้าใจแล้วว่า พรีเมียร์ลีก ไม่ง่ายอย่างที่คิด !!!
เงินลงทุนมหาศาลที่จ่ายไปตลอดฤดูกาล และผลงานจบแค่อันดับ 3 ถือว่าผิดฟอร์มมากๆ เชื่อเหลือเกินว่าถ้ากุนซือเรือใบไม่ใช่ เป๊ป กวาดิโอล่า มีหวังต้องโดนนายทุนจากตะวันออกกลางตะเพิดกลับบ้านเก่าแน่ๆ คะแนน : C+ (6.9)

4.เจอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล) ผลงาน : อันดับ 4 พรีเมียร์ลีก กุนซือจอมฮาร์ดคอร์ ของเด็กหงส์เหมือนจะพาทีมเดินหน้าได้สวยงามมากในต้นฤดูกาลเกมรุกอันแสนเร้าใจ เกเก้นเพลสชิ่ง
เล่นงานทีมยักษ์ใหญ่ได้แบบไม่สนหน้าอินหน้าพรหมแต่เมื่อผู้เล่นตัวหลักเริ่มบาดเจ็บ ขาดแคลน แผลที่ปกปิดในเกมรับก็ถูกเปิดทีมคล็อปป์โดนทีมหนีตายท้ายตารางสอยแบบกลับแอนฟิลด์แทบไม่ถูก แต่ด้วยแท็คติกเกมรุกที่ยังมีประสิทธิ์ภาพสูง กุนซือชาวเยอรมันสามารถพาหงส์แดงจบได้ถึงอันดับ 4 เดินทางไปเตะยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกได้อีกครั้งและนี่น่าจะเป็นเป้าหมายที่เจ้าตัวได้วางไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดลีก ถือว่าสอบผ่าน คะแนน : B (7.2)

5.อาร์แซน เวนเกอร์ (อาร์เซน่อล) ผลงาน : อันดับ 5 พรีเมียร์ลีก,แชมป์ เอฟเอคัพ ผลงานในลีกของอาร์แซน เวอร์เกอร์ ถือว่าล้มเหลวเมื่อกุนซือมาดนิ่ง พาเดอะกันเนอส์ จบที่อันดับ 5 ของตารางเท่านั้น
หลังจากไม่เคยจบอันดับต่ำกว่า 4 ตั้งแต่เจ้าตัวเข้ามารับงานที่เอมิเรตท์สเตเดี้ยมแต่การคว้าแชมป์
เอฟเอคัพ ถือว่าความยอดเยี่ยมของเวนเกอร์ยังคงไม่จางหาย ทั้งล้มทีมเรือใบ ทั้งเขี่ยสิงห์บลูในนัดชิงสมควรยกให้แกเป็น Mr.FA CUP จริงๆ คะแนน : B (7.6)

6.โชเซ่ มูรินโญ่ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) ผลงาน : อันดับ 6 พรีเมียร์ลีก,แชมป์ อีเอฟแอล,แชมป์ คอมมูลิตี้ชิลส์,แชมป์ ยูโรป้า ลีก สำหรับกรณีของ โชเซ มูรินโญ่ เราอาจจะต้องแยกเป็น 2 ประเด็นก่อน อย่างแรกเลยในฟุตบอลลีก การจบอันดับ 6 ถือว่าล้มเหลวสำหรับสาวกผีแดง แต่สำหรับผลงานโดยรวมทั้งหมดการคว้าแชมป์ อีเอฟแอล คัพ บวกกับถาดการกุศล คอมมูลิตี้ชิลส์ และปิดท้ายปีด้วยแชมป์บอลยุโรปถ้วยเล็กอย่างยูโรป้าลีกถือว่าสวยสดงดงามมากและที่สำคัญการคว้าแชมป์ยูโรป้า
ยังทำให้จ่ามูพาเด็กผีไปเล่นบอลยุโปรถ้วยใหญ่ได้แบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องผ่านรอบเพลย์ออฟ
เรียกได้ว่าเดอะเรดเดวิลทั้งหลายต่างแฮปปี่กันทุกคน คะแนน : B+ (8.2)

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

พรีเมียร์ลีก ลีกฟุตบอลที่ดีที่สุดของเกาะอังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (Premier League) เป็นระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกในระดับสูงสุดของประเทศอังกฤษและแฟนบอลให้ความนิยมกันทั่วโลก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2535 ภายใต้การบริหารของสมาคมฟุตบอล อังกฤษ การแข่งขันพรีเมียร์ลีกเป็นที่รวมของ 20 สโมสรฟุตบอลในระดับสูงสุดของอังกฤษเข้าด้วยกันหรือมีชื่อตามผู้สนับสนุนการแข่งขันอย่างเป็นทางการว่า บาร์เคลส์ พรีเมียร์ชิพ เนื่องจากในปัจจุบัน สนับสนุนโดย บริษัทการเงินบาร์เคลส์

โดยปัจจุบันมีเพียง 6 ทีมเท่านั้น ที่ชนะเลิศในการแข่งขันรายการนี้ ได้แก่ สโมสรฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 13 สมัย, เชลซี 5 สมัย, อาร์เซนอล 3 สมัย, แมนเชสเตอร์ซิตี 2 สมัย,
แบล็กเบิร์นโรเวอส์ และ เลสเตอร์ซิตี ทีมละ 1 สมัย

ประวัติเดิมฟุตบอลลีกแห่งนี้ ใช้ชื่อว่า ฟุตบอลลีก ดิวิชันหนึ่ง ซึ่งมีจัดการแข่งขันตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2431 (ค.ศ. 1888) และถือว่าเคยเป็นลีกฟุตบอลที่ยาวนานที่สุดในโลก โดยในปี พ.ศ. 2535
ในฤดูกาล 1992-93 ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นจาก รูเพิร์ธ เมอร์ด็อก (Rupert Murdoch)
นักธุรกิจสื่อสารรายใหญ่เจ้าของเครือข่ายสถานีโทรทัศน์สกาย (BSkyB) พยายามผลักดันให้สโมสรฟุตบอลที่จะลงแข่งขันในดิวิชันหนึ่งประจำฤดูกาล 1992-93 ถอนตัวออกมาจัดตั้งเป็นพรีเมียร์ลีกทำให้ฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษที่มีอายุ 104 ปี ต้องยุติลง ขณะเดียวกันทางฟุตบอลลีกเดิมได้เปลี่ยนชื่อจากดิวิชันสอง มาเป็น ดิวิชันหนึ่ง และดิวิชันอื่นได้เปลี่ยนตามกันไป

โดยรัฐบาลของอังกฤษในขณะนั้นต้องเข้าช่วยเหลือโดยลดค่าธรรมเนียมหรือภาษีธุรกิจพนันฟุตบอล นำเงินส่วนนี้มาตั้งกองทุนฟุตบอลจำนวน 100 ล้านปอนด์ ให้ฟุตบอลลีกเป็นคนจัดสรรให้สโมสรฟุตบอลซึ่งเป็นภาคีสมาชิกทั้ง 96 สโมสร นำไปพัฒนาปรับปรุงสนามแข่งขันของตนเอง
แต่งบประมาณเท่านี้ต้องนับว่าน้อยมากหากนำมาเฉลี่ยอย่างเท่ากันแล้วจะได้รับเงินเพียงสโมสรละ 1.08 ล้านปอนด์ เท่านั้น ขณะที่สโมสรฟุตบอลชั้นแนวหน้าของลีกต้องใช้เงินในการณ์นี้สูงถึงกว่า
สิบล้านปอนด์สโมสรใหญ่ในดิวิชันหนึ่งจึงกดดันฟุตบอลลีกจัดสรรเงินให้มากกว่าสโมสรเล็ก เพราะหากไม่เสร็จทันตามกำหนดอาจจะถูกถอนใบอนุญาตได้

การถ่ายทอดสด ในช่วงเวลาที่สโมสรใหญ่ต้องการเงินทุนมหาศาลนี้เป็นโอกาสให้เจ้าของสถานีโทรทัศน์สกายยื่นข้อเสนอให้สโมสรในดิวิชันหนึ่งประจำฤดูกาล 1992−93 ให้ถอนตัวจากสมาชิกฟุตบอลลีกเพื่อมาจัดตั้งเอฟเอพรีเมียร์ลีก โดยทางสถานีขอซื้อสิทธิผูกขาดในการถ่ายทอดการแข่งขันในราคาแพงทำสัญญาฉบับแรกซื้อสิทธิผูกขาดในการถ่ายทอดการแข่งขันเป็นเวลา 5 ปี
(ฤดูกาล 1992−93 ถึง 1996−97) จ่ายค่าตอบแทนให้ 304 ล้านปอนด์ เทียบกับในอดีตที่ฟุตบอลลีกได้รายได้จากการขายสิทธิให้สถานีไอทีวีของอังกฤษ เพียง 44 ล้านปอนด์ ในช่วงเวลา 4 ปี เงื่อนไขตอบแทนทางธุรกิจเช่นนี้ ดึงดูดให้สโมสรทั้งหลายสนใจเป็นอย่างยิ่ง จนผู้บริหารสโมสรบางคน เช่น นายแอลัน ชูการ์ เจ้าของสโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์แสดงตนเป็นแกนนำในการล็อบบี้ให้สโมสรอื่น ๆ ในดิวิชันหนึ่งที่จะเริ่มแข่งขันในฤดูกาล 1992−93 เห็นชอบกับการก่อตั้งลีกแห่งนี้

สำหรับแฟนบอลท่านใดกลัวที่จะพลาดข่าวสารบอล ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวกีฬาอื่นๆ ไม่ต้องเป็นห่วง ท่านเพียงติดตามเพจพวกเรา กดไลค์ กดแชร์ ไว้เลย รับประกันข่าวคุณภาพจะไปอยู่ในมือท่านอย่างแน่นอน

ดีต่อใจ! โรเมโร่ ปลื้มต่อสัญญาอยู่กับ ผีแดง พร้อมลุยศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เซร์คิโอ โรเมโร่ ปลื้มที่ได้ต่อสัญญายาวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดถึง 4 ปียาวไปจนถึง 2021 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลั่นพร้อมลุยศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

สำหรับการแข่งขันในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เรียกได้ว่าแต่ละทีมสู้กันสุดฤทธิ์ พร้อมทั้งสรรหาคนหรือต่อสัญญานักเตะกันให้วุ่นโดยเฉพาะปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่เดินหน้าซื้อตัวนักเตะกันให้วุ่นแย่งชิงกันสุดฤทธิ์ บางรายก็มีปล่อยตัวออกจากลีกกันก็มีบางรายก็มีต่อสัญญากันหลายราย โดยเฉพาะ เซร์คิโอ โรเมโร่ ที่ได้ต่อสัญญายาวกับต้นสังกัดถึง 4 ปียาวไปจนถึง 2021 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เท่ากับว่าเขาได้อยู่สู้ศึกกับผีแดงในศึก Premier League อีกต่อไป

เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูฝีมือชาวอาร์เจนไตน์ ของสโมสรชื่อดังแห่ง Premier League
ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาเผยว่ารู้สึกมีความสุขที่ได้เซ็นสัญญาขยายเวลาต่อออกไปอีก และรู้สึกมีความสุขและมีความภูมิใจอย่างมากสำหรับตนเอง และครอบครัว

ซึ่งการได้เป็นส่วนหนึ่งของปีศาจแดงในการเข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก คือสิ่งที่รอคอยมาโดยตลอด และพร้อมที่จะทำออกมาให้ดีที่สุดในตอนนี้ ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะเป็นผู้รักษาประตูมือที่ 2
รองจาก ดาบิด เด เคอา ก็ยังรู้สึกยินดีที่ยังอยู่ในผีแดง

ในส่วนโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของทีม ปีศาจแดง ที่พร้อมยินดีกับการได้ต่อสัญญาของ โรเมโร่ ซึ่งเป็นผู้รักษาประตูที่มากประสบการณ์ซึ่งสามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอด ตลอดระยะเวลาของเขาที่ได้ลงสนามกับปีศาจแดงมาตลอดซีซั่นถึงแม้ว่าเขาจะเป็นมือสองทุกครั้งที่ได้ลงสนามเขาก็ได้สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขามีความสามารถสูงและสามารถโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างโดดเด่น เขาสมควรแล้วที่จะได้รับการต่อสัญญากับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอีกครั้ง

สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรชื่อดังจากศึก Premier League คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อนี้แน่นอนทำให้นักเตะหลายคนที่อยากจะเข้ามาร่วมศึกกับ ปีศาจแดง จำนวนมาก แต่เมื่อได้รับการต่อสัญญาย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นที่ดีใจสำหรับนักเตะอย่างมาก ในส่วนความดีใจของ โรเมโร่ ที่ได้รับการต่อสัญญากับ ปีศาจแดง ต่อไปจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะเป็นเพียงแค่มือที่สองก็ยังได้รับความสำคัญในการต่อสัญญาหลังจากนี้เรายังคงวงจะได้เห็นฝีมือการเซฟลูกอย่างมืออาชีพของ เซร์คิโอ โรเมโร่ ไปอีกนานยาวไปถึง ปี 2021 กันเลยทีเดียว